หมวดหมู่
บทความล่าสุด
สมัครงาน

5 อันดับ รองเท้ากีฬา ผู้หญิง รุ่นไหนดี ? ใส่สบาย ราคาไม่แพง

5 อันดับ รองเท้ากีฬา ผู้หญิง รุ่นไหนดี ? ใส่สบาย ราคาไม่แพง

รองเท้ากีฬา ผู้หญิงในยุคที่กิจกรรมด้านกีฬา และการออกกำลังกายนั้นกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นนั้น รองเท้ากีฬาจึงได้กลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันอีกสิ่งหนึ่งไปแล้ว เทรนด์การวิ่งออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ กำลังเติบโตในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะการวิ่งเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งกายและจิตใจ และการเลือกใส่รองเท้าวิ่งที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ รองเท้าวิ่งถูกออกแบบมา เพื่อรองรับน้ำหนักและแรงกระแทกที่เกิดขึ้นในขณะวิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในบทความนี้ FirstPrice จะมาแนะนำ 5 อันดับ รองเท้ากีฬา ผู้หญิง รุ่นไหนดี ใส่สบาย ราคาไม่แพง โดยจะมียี่ห้อไหนบ้างนั้น ไปดูกันเลย

1. Nike รุ่น Revolution 6

1319-1
ราคา 2,400 บาท

รองเท้าวิ่งผู้หญิง Nike รุ่น Revolution 6 รองเท้ากีฬาที่เหมาะสำหรับนักวิ่ง หรือใครที่กำลังมองหารองเท้าวิ่งจากแบรนด์ Nike ขอแนะนำว่ารุ่น Revolution 6 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างแน่นอน เพราะรุ่น Revolution 6 ได้รับการยอมรับจากนักวิ่งมืออาชีพที่ใช้ในการฝึกซ้อมและแข่งขัน ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่าย และสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Nike เหมาะกับผู้หญิงที่ชื่นชอบความเรียบง่ายและทันสมัย

รองเท้ามีน้ำหนักเบา ช่วยให้สามารถวิ่งได้อย่างสบาย ๆ และโครงสร้างที่ผ่านการคำนวณจากคอมพิวเตอร์ ช่วยให้รองเท้ามีความพอดีกับรูปเท้าของผู้สวมใส่ โดยเฉพาะอาการปวดเกร็งของฝ่าเท้าก็จะลดลงด้วยเช่นกัน จากการผลิตที่มีมาตรฐาน และวัสดุจากแบรนด์ชั้นนำ อย่าง Nike ทำให้คุณสามารถมั่นใจในคุณภาพ และประสิทธิภาพของรองเท้ากีฬาแบรนด์นี้ได้เลย ให้คุณมั่นใจในการวิ่ง และเพิ่มประสิทธิภาพของการออกกำลังกายของคุณ 

2. Adidas รุ่น Galaxy 6

1319-2
ราคา 1,900 บาท

รองเท้าวิ่งผู้หญิง Adidas รุ่น Galaxy 6 รองเท้ากีฬาที่เหมาะสำหรับผู้หญิงที่เพิ่งเริ่มต้นวิ่ง หรือใส่ออกกำลังกายทั่วไป เพราะรองเท้ากีฬา ผู้หญิงรุ่นนี้มีคุณสมบัติ และเทคโนโลยีที่ช่วยให้การวิ่งของคุณมีประสิทธิภาพและสบายมากยิ่งขึ้น มาพร้อมกับดีไซน์ที่มีสีสันให้เลือกหลากหลายตามความชอบ ราคาที่เข้าถึงง่ายอีกด้วย

มีเทคโนโลยีที่ช่วยรับน้ำหนัก และกระจายแรงกระแทกขณะวิ่ง ผลิตจากเนื้อผ้าอัปเปอร์ ยังคงใช้มาตรฐานผ้าตาข่ายจากแบรนด์ Adidas เหมือนเดิม ทำให้รองเท้ามีน้ำหนักเบาและช่วยลดการอับชื้นในขณะวิ่ง และเทคโนโลยี Cloudfoam ในส่วนกลางของรองเท้าที่ช่วยดูดซับแรงกระแทกและดีดกลับสู่พื้น นอกจากนี้ ยังมีแผ่นรองฝ่าเท้า OrthoLite ที่นุ่ม และไม่แข็งเกินไป ช่วยให้คุณยังรู้สึกสบายในขณะวิ่งได้ เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้หญิงที่ต้องการรองเท้าวิ่งที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพดีในราคาที่เข้าถึงง่าย 

3. SKECHERS รุ่น Gorun Trail Altitude

1319-3
ราคา 2,690 บาท

รองเท้าวิ่งผู้หญิง SKECHERS รุ่น Gorun Trail Altitude รองเท้ากีฬาแบรนด์ SKECHERS เป็นรองเท้าวิ่งที่เหมาะสำหรับนักวิ่งที่มีประสบการณ์ในการวิ่งเทรลหรือเส้นทางวิบาก เพราะถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับสภาพพื้นผิวที่มีขรุขระ ให้คุณสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจ มีคุณสมบัติในการกันน้ำ สามารถสวมใส่ในพื้นที่เปียก หรือในวันที่มีฝนตกได้ มีดีไซน์ที่เด่นมีความเป็นเอกลักษณ์

ผลิตจากเนื้อผ้าอัปเปอร์ ผสมกับวัสดุสังเคราะห์ ทำให้มีการระบายอากาศได้ดี ช่วยให้คุณรู้สึกสบาย และไม่อับชื้นเท้าในขณะวิ่ง มีเทคโนโลยี ULTRA LIGHT ในส่วนกลางที่สามารถช่วยรับน้ำหนัก และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับรองเท้า และมีปุ่มนูนบนพื้นรองเท้า เพื่อเสริมการยึดเกาะพื้นและลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุ เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้หญิงที่ต้องการรองเท้าวิ่งที่มีความทนทาน และสมบูรณ์ทั้งในเส้นทางวิบากและการวิ่งทั่วไป 

4. Baoji รุ่น BJW800

1319-4
ราคา 999 บาท

รองเท้าวิ่งผู้หญิง Baoji รุ่น BJW800 รองเท้ากีฬาแบรนด์ Baoji (บาวจี) เป็นแบรนด์รองเท้าที่มีคุณภาพเด่นชัดในด้านผลิตภัณฑ์รองเท้า โดยเฉพาะรุ่น BJW800 ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการวิ่ง และการออกกำลังกายทั่วไป รองเท้ารุ่นนี้มีสีให้เลือกทั้งหมด 3 สี คือ สีดำ, ม่วง, และชมพู ตัวรองเท้ามีดีไซน์ที่เรียบง่าย แต่ก็ยังมีความสวยงาม ด้วยการใช้ผ้าตาข่ายทอประกอบเส้นผ้า เพื่อเพิ่มความสวยงาม

มีตัวช่วยเสริมการระบายอากาศ และลดความชื้นภายในรองเท้า หากสังเกตไปที่พื้นรองเท้า จะเห็นว่าใช้วัสดุ Phylon เพื่อให้มีความยืดหยุ่น แต่ก็ยังคงสามารถรองรับแรงกระแทกจากการก้าวเดินได้เป็นอย่างดี ไม่เพียงนั้นเท่านั้น ยังมีการเสริมพื้นด้วยเจลอีกชั้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานอีกด้วย จึงเป็นรุ่นที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มออกกำลังกาย 

5. Power รุ่น Harrow Plus 22 CLR

1319-5
ราคา 899 บาท

รองเท้าวิ่งผู้หญิง Power รุ่น Harrow Plus 22 CLR รองเท้ากีฬาแบรนด์ Power จากประเทศแคนาดา นับเป็นแบรนด์ที่มีประวัติยาวนานตั้งแต่ปี 1971 รองเท้าวิ่งรุ่น Harrow Plus 22 CLR ถือเป็นรองกีฬา ผู้หญิงที่เหมาะสำหรับการวิ่งทั่วไป ด้วยราคาที่คุ้มค่า แม้ว่าดีไซน์ของรองเท้ารุ่นนี้อาจจะไม่โดดเด่นสักเท่าไหร่ เน้นความเรียบง่าย แต่คุณสมบัติภายในที่ช่วยให้ซัพพอร์ตเท้าของคุณได้ดีเลยทีเดียว

ผลิตจากผ้าตาข่ายรูถี่ทั้งหมด ทำให้มีพื้นผิวเป็นรูชัดเจน และช่วยในการระบายอากาศได้ดี ให้คุณสามารถสวมใส่รองเท้านาน ๆ ได้โดยไม่รู้สึกไม่สบายเท้า อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเป็นจะเป็นเพียงรุ่นเริ่มต้น แต่แบรนด์ใช้เทคโนโลยี Memory Cushion ในการการซัพพอร์ตพื้นของรองเท้า เพื่อลดแรงกระแทกในขณะที่วิ่ง และยังมีส่วนด้านหน้าของรองเท้า เพื่อป้องกันการกระแทกจากด้านหน้าอีกด้วย ในขณะที่ส่วนส้นเท้าด้านหลังเป็นแบบแข็งเพื่อการยึดเกาะ รองเท้ามีให้เลือกหลากหลายขนาด แม้กระทั่งสำหรับผู้หญิงที่มีขนาดเท้าเล็กขนาด 3 UK ก็มีรองรับเช่นกัน 

1319-SportShoes

รองเท้าวิ่ง มีประโยชน์อย่างไร ?

รองเท้าวิ่งมีประโยชน์หลายประการ ไม่ว่าจะเป็น

  • ช่วยปกป้องเท้าจากแรงกระแทก พื้นรองเท้าของรองเท้าวิ่งจะช่วยลดแรงกระแทกจากการวิ่งลงสู่พื้น เพราะในขณะวิ่ง เท้าจะสัมผัสกับแรงกระแทกจากการวิ่งลงสู่พื้น ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการเจ็บปวด และบาดเจ็บที่เท้า รวมถึงข้อเท้าได้ รองเท้าวิ่งที่มีพื้นรองเท้าหนาและรองรับแรงกระแทกได้ดีจะช่วยช่วยลดแรงกระแทกเหล่านี้ จึงสามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้
  • ช่วยรองรับอุ้งเท้า อุ้งเท้าเป็นโครงสร้างที่สำคัญที่ช่วยรองรับน้ำหนักของร่างกายขณะวิ่ง รองเท้าวิ่งที่มีการออกแบบมาเพื่อรองรับอุ้งเท้า จึงสามารถช่วยรองรับอุ้งเท้า และป้องกันการบาดเจ็บที่เท้าได้
  • ช่วยปรับความสมดุลและการเคลื่อนไหว รองเท้าวิ่งสามารถช่วยปรับความสมดุลและการเคลื่อนไหวของเท้า ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้ ตัวอย่างเช่น รองเท้าวิ่งสำหรับคนเท้าแบน สามารถช่วยรองรับเท้า ป้องกันไม่ให้เกิดอาการเจ็บปวดที่เท้า และข้อเท้าได้
  • ช่วยเพิ่มความสบายขณะวิ่ง รองเท้าวิ่งที่ออกแบบมาอย่างดีจะช่วยเพิ่มความสบายขณะวิ่ง ซึ่งช่วยให้นักวิ่งสามารถวิ่งได้นานขึ้น และสนุกกับการวิ่งมากขึ้น ตัวอย่างเช่น รองเท้าวิ่งที่มีน้ำหนักเบา และระบายอากาศได้ดีจะช่วยให้นักวิ่งรู้สึกสบายเท้ายิ่งขึ้น

นอกจากนี้ รองเท้าวิ่งยังมีประโยชน์อื่นๆ เช่น

  • ช่วยป้องกันเท้าจากสิ่งสกปรก หรืออันตรายอื่น ๆ
  • ช่วยปกป้องเท้าจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย เช่น ความร้อน ความชื้น หรือความหนาวเย็น
  • ช่วยเพิ่มความสวยงาม และเสริมบุคลิกภาพ

อย่างไรก็ตาม การเลือกรองเท้าวิ่งที่เหมาะสมกับเท้าและประเภทของการวิ่งก็มีความสำคัญเช่นกัน เพื่อให้นักวิ่งสามารถวิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

วิธีเลือกซื้อรองเท้ากีฬา ผู้หญิงให้เหมาะสม

การเลือกซื้อรองเท้ากีฬา ผู้หญิงที่เหมาะสมนั้น ควรทดลองสวมใส่รก่อนซื้อทุกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่ารองเท้ากีฬานั้นพอดีกับเท้า และให้ความสบายขณะสวมใส่ โดยมีหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณา ไม่ว่าจะเป็น 

งบประมาณ

คุณต้องกำหนดงบประมาณในการซื้อรองเท้ากีฬาเสียก่อน ในปัจจุบัน รองเท้ากีฬามีราคาตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับแบรนด์ วัสดุที่ใช้ และเทคโนโลยีต่าง ๆ ให้คุณเลือก ดังนั้น คุณควรพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆ เช่น ประเภทของกีฬาที่คุณเล่น ความถี่ในการออกกำลังกาย และงบประมาณที่คุณมี เป็นต้น

สำหรับรองเท้ากีฬาที่มีราคาอยู่ในระดับกลางถึงสูงนั้น มักจะมีเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นกีฬา เช่น เทคโนโลยีรองรับแรงกระแทก เทคโนโลยีระบายอากาศ เป็นต้น แต่สำหรับรองเท้ากีฬาที่มีราคาอยู่ในระดับต่ำ ก็มีคุณภาพดี และใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน

ลักษณะอุ้งเท้า และหน้าเท้า

การเลือกรองเท้าวิ่งที่เหมาะสมกับรูปเท้า และลักษณะการวิ่งของแต่ละคนเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะมีผลต่อการป้องกันการบาดเจ็บ และการรักษาสุขภาพร่างกายขณะวิ่ง โดยอุ้งเท้าของคนเราแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่

  • เท้าแบน คือ เท้าที่ไม่มีส่วนโค้งของอุ้งเท้า พื้นเท้าจะสัมผัสกับพื้นทั้งหมด จึงควรเลือกรองเท้ากีฬาที่มีส่วนรองรับอุ้งเท้า (Arch Support) เพื่อช่วยให้เท้ามีความมั่นคงขณะเคลื่อนไหว
  • เท้าปกติ คือ เท้าที่มีส่วนโค้งของอุ้งเท้าอยู่ในระดับปานกลาง สามารถเลือกรองเท้ากีฬาได้หลากหลายแบบตามความต้องการ และประเภทของการกีฬา
  • เท้าสูง คือ เท้าที่มีส่วนโค้งของอุ้งเท้าสูง พื้นเท้าจะสัมผัสกับพื้นเพียงส่วนเล็กน้อย ควรเลือกรองเท้ากีฬาที่มีลักษณะยืดหยุ่น เพื่อช่วยให้เท้าสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ

และการเลือกซื้อรองเท้ากีฬาจากหน้าเท้า แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่

  • หน้าเท้ากว้าง คือ หน้าเท้าที่มีขนาดกว้างกว่าปกติ ควรเลือกรองเท้ากีฬาที่มีหน้าเท้ากว้างกว่าปกติ
  • หน้าเท้าปกติ คือ หน้าเท้าที่มีขนาดปกติ สามารถเลือกรองเท้ากีฬาได้หลากหลายแบบตามความต้องการ และประเภทของการกีฬา
  • หน้าเท้าแคบ คือ หน้าเท้าที่มีขนาดแคบกว่าปกติ ควรเลือกรองเท้ากีฬาที่มีหน้าเท้าแคบกว่าปกติ

ความสบายในการสวมใส่

การเลือกรองเท้ากีฬาที่มีขนาดพอดีกับเท้า รองเท้ากีฬาที่คับ หรือหลวมเกินไป จะทำให้รู้สึกไม่สบายขณะสวมใส่ และอาจก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บได้ โดยรองเท้ากีฬาควรมีขนาดพอดีกับเท้า ไม่คับหรือหลวมเกินไป โดยนิ้วเท้าที่ยาวที่สุดควรห่างจากปลายรองเท้าประมาณครึ่งนิ้ว

  • ลองสวมรองเท้ากีฬาขณะเดินหรือวิ่ง จะช่วยให้แน่ใจว่ารองเท้ากีฬานั้นใส่สบาย และรองรับเท้าได้อย่างเหมาะสม
  • ตรวจสอบความสบายของพื้นรองเท้า ควรรองรับแรงกระแทกได้ดี และมีความยืดหยุ่นเพียงพอ พื้นรองเท้าควรมีความหนา และนุ่มพอสมควร แต่ไม่หนาจนเกินไปจนทำให้เสียการทรงตัว
  • รวจสอบความสบายของวัสดุที่ใช้ทำรองเท้า ควรมีความนุ่มสบาย ระบายอากาศได้ดี และดูดซับเหงื่อได้ดี

การรับแรงกระแทก และความเหมาะสมกับพื้นผิว

การเลือกซื้อรองเท้ากีฬาจากการรับแรงกระแทกและพื้นผิวนั้น สามารถทำได้ดังนี้

  • พิจารณาประเภทของการกีฬา รองเท้ากีฬามีให้เลือกหลายประเภท แต่ละประเภทออกแบบมาเพื่อรองรับการรับแรงกระแทก และพื้นผิวที่ต่างกัน เช่น รองเท้าวิ่ง รองเท้าบาสเก็ตบอล รองเท้าเทนนิส รองเท้าฟิตเนส เป็นต้น
  • ตรวจสอบการรองรับแรงกระแทกของรองเท้า พื้นรองเท้าของรองเท้ากีฬาควรรองรับแรงกระแทกได้ดี โดยเฉพาะการวิ่ง หรือกีฬาที่มีการเคลื่อนไหวที่รุนแรง พื้นรองเท้าควรมีความหนาและนุ่มพอสมควร แต่ไม่หนาจนเกินไปจนทำให้เสียการทรงตัว
  • ตรวจสอบความยืดหยุ่นของรองเท้า รองเท้ากีฬาควรมีความยืดหยุ่นเพียงพอ เพื่อรองรับการเคลื่อนไหวที่หลากหลายของกีฬาแต่ละประเภท
  • ตรวจสอบความทนทานของรองเท้า รองเท้ากีฬาควรมีความทนทานเพียงพอ เพื่อรองรับการใช้งานที่หนักหน่วง

ประเภทการใช้งาน

การเลือกรองเท้ากีฬาจากประเภทการใช้งาน

  • รองเท้าวิ่ง รองเท้าวิ่งควรรองรับแรงกระแทกได้ดี เพราะขณะวิ่ง เท้าจะสัมผัสกับแรงกระแทกจากการวิ่งลงสู่พื้น รองเท้าวิ่งบางรุ่นอาจมีเทคโนโลยีพิเศษที่ช่วยรองรับแรงกระแทก เช่น เทคโนโลยี Air Max ของ Nike หรือเทคโนโลยี Boost ของ Adidas
  • รองเท้าบาสเก็ตบอล รองเท้าบาสเก็ตบอลควรมีความยืดหยุ่นเพียงพอ เพื่อรองรับการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและรุนแรง เช่น การกระโดด การวิ่ง การหยุดกะทันหัน เป็นต้น
  • รองเท้าเทนนิส รองเท้าเทนนิสควรมีความยืดหยุ่นเพียงพอ เพื่อรองรับการเคลื่อนไหวที่หลากหลาย เช่น การวิ่ง การกระโดด การแกว่งแขน เป็นต้น
  • รองเท้าฟิตเนส รองเท้าฟิตเนสควรมีความทนทานเพียงพอ เพื่อรองรับการใช้งานที่หนักหน่วง เช่น การยกน้ำหนัก การกระโดด เป็นต้น

วิธีการดูแลรักษารองเท้ากีฬา

การดูแลรักษารองเท้ากีฬาอย่างถูกวิธี จะช่วยให้รองเท้ามีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น และดูใหม่อยู่เสมอ โดยสามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้

  • ทำความสะอาดรองเท้าเป็นประจำ หลังใช้งานเสร็จ ให้ใช้ผ้าแห้งหรือผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดทำความสะอาดรองเท้า โดยเฉพาะบริเวณที่มีเหงื่อ หรือสิ่งสกปรกติดอยู่ หากรองเท้ามีคราบสกปรกฝังแน่น ให้ใช้แปรงสีฟัน หรือฟองน้ำชุบน้ำยาทำความสะอาดรองเท้าอ่อน ๆ ขัดเบา ๆ
  • ตากรองเท้าให้แห้ง หลังทำความสะอาดเสร็จ ให้นำรองเท้าไปตากในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก หลีกเลี่ยงการตากรองเท้าในที่มีแสงแดดจัด เพราะจะทำให้รองเท้าเสื่อมสภาพได้เร็วขึ้น
  • เก็บรองเท้าให้ถูกวิธี เมื่อไม่ได้ใช้งาน ให้เก็บรองเท้าไว้ในที่แห้งและอากาศถ่ายเทสะดวก หลีกเลี่ยงการเก็บรองเท้าในที่มีความชื้นหรือความร้อนสูง เพราะจะทำให้รองเท้าเสื่อมสภาพได้เร็วขึ้น

นอกจากนี้ คุณยังสามารถปฏิบัติตามเคล็ดลับต่อไปนี้ เพื่อการดูแลรักษารองเท้ากีฬาให้ดูใหม่อยู่เสมอ

  • สวมถุงเท้าที่แห้งและสะอาดทุกครั้ง ก่อนที่จะใส่รองเท้ากีฬา เพื่อดูดซับเหงื่อและป้องกันเชื้อรา
  • หลีกเลี่ยงการเดินบนพื้นผิวที่ขรุขระ เพราะอาจทำให้รองเท้าสึกหรอได้เร็วขึ้น
  • เก็บรองเท้าไว้ในกล่องรองเท้า เพราะจะช่วยลดการเสียรูปของรองเท้าได้

ควรเปลี่ยนรองเท้าวิ่ง ทุกกี่ปี ?

การเปลี่ยนรองเท้าวิ่งเมื่อใดนั้น ขึ้นอยู่กับความถี่ในการใช้งาน สภาพของรองเท้า และขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น น้ำหนักตัวของผู้สวมใส่ พื้นผิวที่วิ่ง รูปแบบการวิ่ง และสภาพอากาศ เป็นต้น อย่าลืมทำการสังเกต และประเมินสภาพรองเท้าอยู่เสมอ เพื่อให้การวิ่งของคุณมีประสิทธิภาพ และปลอดภัยมากที่สุด
โดยมีข้อสังเกตว่าคุณควรเปลี่ยนรองเท้าได้แล้ว ดังนี้

  • ความสึกหรอของพื้นรองเท้า เมื่อคุณรู้สึกว่าพื้นรองเท้าเริ่มสึกหรอจนเห็นโฟมรองพื้น หรือไม่สบายขณะวิ่ง อาจเป็นเวลาที่ควรพิจารณาเปลี่ยนรองเท้าวิ่ง
  • สภาพของรองเท้า ถ้าคุณเห็นว่ารองเท้า หรือหน้าผ้ามีรอยฉีกขาดหรือชำรุด หรือรองเท้าไม่ได้ซัพพอร์ตเท้าอย่างที่ควรจะเป็นแล้ว นั่นเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าคุณควรเปลี่ยนรองเท้าใหม่
  • การรู้สึกของรองเท้า เมื่อคุณสวมใส่รองเท้าแล้วรู้สึกว่าพื้นรองเท้าชั้นกลาง (Midsole) ไม่ได้ซัพพอร์ตเท้าเท่าที่เคย ไม่พอดีกับเท้า ทำให้รู้สึกไม่สบายเท้า หรือความรู้สึกของรองเท้าไม่ปกติ เช่น กระชับลดน้อยลง ก็เป็นเวลาที่ควรพิจารณาเปลี่ยนรองเท้าเช่นกัน

คุณควรเปลี่ยนรองเท้า เมื่อมีสัญญาณเตือนดังกล่าว เพราะรองเท้าวิ่งที่ผ่านการใช้งานมาเป็นเวลานานจะสูญเสียคุณสมบัติในการรองรับแรงกระแทก ระบายอากาศ และยึดเกาะพื้นผิว ดังนั้น จึงควรเปลี่ยนรองเท้าวิ่งใหม่เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น ข้อเท้าเคล็ด เอ็นฝ่าเท้าอักเสบ เจ็บหน้าแข้ง ปวดเข่า หรือบาดเจ็บที่สะโพก และอื่น ๆ

บทส่งท้าย

การเลือกรองเท้ากีฬา ผู้หญิงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากสำหรับสาว ๆ เพื่อให้ผู้หญิงทุกคน สามารถทำกิจกรรมกีฬาได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย โดยแนะนำให้วัดขนาดเท้าของคุณ เลือกประเภทรองเท้าให้เหมาะสม ทดลองสวมใส่รองเท้าก่อนซื้อ ตรวจสอบวัสดุและน้ำหนักของรองเท้า พื้นผิวภายในรองเท้า เป็นขั้นตอนที่ช่วยให้คุณสามารถเลือกซื้อรองเท้าที่เหมาะสมสำหรับตัวคุณเอง ให้คุณสามารถทำกิจกรรมได้อย่างมั่นใจ

การเลือกรองเท้าวิ่งที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ ทำให้การวิ่งเป็นประสบการณ์ที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย มีความสะดวกสบาย และความพิถีพิถันในการดูแลสุขภาพเท้าหลังจากการวิ่งก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน โดยการซัก และดูแลรองเท้าอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้รองเท้าสะอาด ไม่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ และพร้อมใช้งานตลอดเวลา มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้ นและดูใหม่อยู่เสมอ ส่งผลให้คุณรู้สึกมั่นใจและสนุกกับการออกกำลังกายมากขึ้น

by FirstPrice Official

เว็บไซต์แนะนำสินค้า ราคาโดนใจ

แนะนำสำหรับคุณ