หมวดหมู่
บทความล่าสุด
สมัครงาน

5 อันดับ ลำโพง Bluetooth รุ่นไหนดี ? เบสหนัก เสียงดี พกพาได้

5 อันดับ ลำโพง Bluetooth รุ่นไหนดี ? เบสหนัก เสียงดี พกพาได้

“ลำโพง Bluetoot” คือเครื่องเล่นเพลงที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถสร้างบรรยากาศด้วยการเปิดเพลงฟังผ่านลำโพงให้กับพื้นที่นั้น ๆ ได้เช่นกัน ในตลาดเครื่องเสียงทุกวันนี้ก็มีลำโพงให้เลือกมากมายหลากหลายยี่ห้อ ที่มีคุณสมบัติและฟังก์ชั่นการใช้งานที่แตกต่างกันออกไปให้คุณได้เลือกซื้อตามสไตล์ที่เป็นคุณ โดยในบทความนี้ FirstPrice จะมาแนะนำ 5 อันดับ ลำโพง Bluetooth รุ่นไหนดี ? เบสหนัก เสียงดี พกพาได้ จะมีรุ่นไหนบ้างนั้น ไปดูกันเลย

1. Marshall WOBURN III

1535-1
ราคา 28,990 บาท

ลำโพงบลูทูธ Marshall WOBURN III ถือว่าเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์เสียงที่มีความคมชัด และเสียงเบสที่เข้มข้น ด้วยระบบไดรเวอร์ 3 ทาง เสียงที่ได้ยินก็จะมีความคมชัด ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการปรับสมดุลโทนเสียงด้วย Dynamic Loudness ทำให้เสียงสมจริง และสมดุลในทุกระดับเสียง เป็นลำโพงที่มีความเป็นเอกลักษณ์ และมีเสียงที่คุณภาพดีอย่างแน่นอน

คุณสมบัติลำโพงบลูทูธ Marshall WOBURN III:

  • ดีไซน์แบบตู้แอมป์สไตล์คลาสสิกของ Marshall ทำให้มีลุคที่หรูหรา สามารถช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับพื้นที่ต่าง ๆ ได้
  • ด้วยดอกลำโพงขนาดใหญ่ทั้งหมด 4 ตัว รวมกำลังขับรวม 120W ทำให้คุณได้ยินเสียงที่มีความคมชัด และเป็นธรรมชาติ
  • มีปุ่มควบคุม EQ ที่สามารถปรับแต่งเสียงให้เหมาะกับความชอบแต่ละคนได้อย่างสะดวก ให้คุณสามารถปรับแต่งเสียงให้ตรงตามสไตล์การฟังของคุณ
  • การตั้งค่าและควบคุมลำโพงใช้งานง่าย ด้วยปุ่มควบคุมด้านบนตัวลำโพง
  • สามารถเชื่อมต่อ Bluetooth เพื่อความสะดวกในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ของคุณ
  • ลำโพง Marshall มีชื่อเสียงที่ดีในวงการดนตรี คุณสามารถคาดหวังได้ว่าคุณจะได้รับเสียงที่มีคุณภาพดีจากลำโพงนี้

Marshall WOBURN III เป็นลำโพงที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการคุณภาพเสียงที่ดี และมีดีไซน์ที่หรูหรา สามารถเป็นของตกแต่งบ้าน หรือสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างลงตัว

2. JBL Partybox Encore Essential

1535-2
ราคา 12,900 บาท

ลำโพงบลูทูธ JBL Partybox Encore Essential ถือว่าเป็นลำโพงซีรีย์ PARTYBOX ที่มีขนาดเล็กกะทัดรัดที่สามารถพกพาไปได้ทุกที่ มีแบตเตอรี่ภายในตัว เหมาะสำหรับผู้ที่หลงรักในเสียงที่ยอดเยี่ยมของ PARTYBOX แต่ยังต้องการความสะดวกในการพกพาด้วยเช่นกัน ใครที่กำลังคิดว่าจะลำโพง Bluetooth รุ่นไหนดี ขอแนะนำรุ่นนี้เลย

คุณสมบัติลำโพงบลูทูธ JBL Partybox Encore Essential:

  • มีกำลังขับรวมถึง 100W ช่วยให้เสียงที่ออกมาดังดี แต่ก็ยังมีคุณภาพ จึงเหมาะสำหรับงานปาร์ตี้ หรือสถานที่ที่ต้องการสนุกไปกับเพลงเป็นอย่างมาก
  • มีเอฟเฟกต์ไฟ LED เพิ่มสีสันบนลำโพง สามารถช่วยเพิ่มบรรยากาศในงานปาร์ตี้ได้
  • ดีไซน์ทรงสี่เหลี่ยมขอบมนที่ดูเท่ และน่ารัก เหมาะสำหรับการนำมาตกแต่งห้อง หรือสถานที่ต่าง ๆ ภายในบ้าน
  • มีความทนทานต่อน้ำ ให้คุณสามารถนำลำโพงนี้ไปใช้งานในกิจกรรมกลางแจ้งได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสภาพอากาศ
  • รองรับเทคโนโลยี TWS (True Wireless Stereo) ช่วยให้คุณสามารถเชื่อมต่อกับลำโพงอีกตัวได้ เพิ่มความสมจริงในเสียง
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้นานถึง 6 ชั่วโมง ให้คุณเพลิดเพลินกับเสียงเพลงได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแบตหมด
  • คุณสามารถปรับแต่งเสียง และควบคุมการเล่นเพลงผ่านแอปพลิเคชัน PartyBox ได้อย่างสะดวกสบาย

JBL Partybox Encore Essential เป็นลำโพงที่ช่วยให้คุณได้รับความเพลิดเพลิน และประสบการณ์เสียงที่มีคุณภาพในงานต่าง ๆ และการใช้งานทั่วไปก็ได้เช่นกัน

3. Harman Kardon Onyx Studio 7

1535-3
ราคา 13,900 บาท

ลำโพงบลูทูธ Harman Kardon Onyx Studio 7 เป็นลำโพงที่ถูกออกแบบมาอย่างหรูหรา และมีความสวยงามทันสมัยที่สุด พร้อมให้คุณสนุกไปกับเสียงแบบสเตอริโอที่ยอดเยี่ยมที่สุด โดยลำโพงนี้ผลิตจากวัสดุคุณภาพระดับพรีเมียมที่ดูสะดุดตา และผสมผสานอย่างลงตัวเข้ากับไลฟ์สไตล์ ไม่เพียงเสียงที่ยอดเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังมีดีไซน์ที่น่าประทับใจ เพิ่มความหรูหราให้กับสถานที่ต่าง ๆ ได้อีกด้วย

คุณสมบัติลำโพงบลูทูธ Harman Kardon Onyx Studio 7:

  • ดีไซน์สุดล้ำสมัยของลำโพงรุ่นนี้ ทำให้ดูมีลุคที่โดดเด่น ด้วยรูปทรงที่ดูแปลกตา และมีด้ามจับสุดเท่ สามารถพกพาลำโพงไปใช้งานที่ไหนก็ได้
  • มีกำลังขับ 50W ทำให้ลำโพงนี้มีพลังเสียงที่สามารถกระจายเสียงได้รอบทิศทาง ให้เสียงที่คมชัดและเสียงเบสที่หนักแน่น
  • รองรับเทคโนโลยี TWS (True Wireless Stereo) ทำให้คุณสามารถเชื่อมต่อกับลำโพงอีกตัวได้ เพิ่มความสมจริงในเสียง
  • มีแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องนานถึง 8 ชั่วโมง

Harman Kardon Onyx Studio 7 เป็นลำโพงที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการคุณภาพเสียงที่ดี และดีไซน์ที่ล้ำสมัย เหมาะทั้งในการใช้งานทั่วไปและในงานปาร์ตี้ ด้วยคุณสมบัติที่ครบครัน จึงเป็นลำโพงที่ให้คุณเพลิดเพลินกับเสียงเพลงได้ในทุกโอกาสที่คุณต้องการ

4. B&O Beolit 20

1535-4
ราคา 21,900 บาท

ลำโพงบลูทูธ B&O Beolit 20 เป็นลำโพงที่เหมาะสำหรับผู้ที่เน้นความเป็นเอกลักษณ์ และความนุ่มนวลของโทนเสียงจาก B&O พร้อมยังคงเน้นรายละเอียดของเสียงแบบธรรมชาติไว้เป็นอย่างดี ไม่แพ้ลำโพงตัวใหญ่ ๆ เลยทีเดียว และหากใครเคยได้ลองฟังเสียงจากลำโพง Beolit 20 สักครั้งแล้ว่ะก็ แน่นอนว่าเสียงของมันจะติดอยู่ในหัวคุณตลอดไปอย่างแน่นอน

คุณสมบัติลำโพงบลูทูธ B&O Beolit 20:

  • คุณภาพเสียง Hi-End เพราะโดยทั่วไปแล้ว B&O มีมาตรฐานคุณภาพเสียงที่สูงมาก ด้วยดอกลำโพงจำนวน 3 ตัว และกำลังขับรวมถึง 70W ให้คุณได้ยินเสียงที่สมจริง และคมชัด
  • แบตเตอรี่ของลำโพงนี้ สามารถใช้งานได้นานถึง 37 ชั่วโมง ทำให้คุณสามารถใช้งานตลอดวันได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องชาร์จแบตเตอรี่บ่อย ๆ
  • การมีระบบชาร์จไร้สาย Qi Wireless Charging บนลำโพง ช่วยให้คุณสามารถชาร์จมือถือ หรืออุปกรณ์ที่รองรับได้อย่างสะดวก
  • มีดีไซน์คลาสสิกและโค้งมนที่ผสมผสานระหว่างสไตล์เรโทรและสมัยใหม่ ทำให้ลำโพงนี้ดูสวยงามและมีความเป็นเอกลักษณ์
  • คุณสามารถปรับแต่งผ่าน Bang & Olufsen Application ได้ ทั้งการดูสถานะแบตเตอรี่หรือการปรับเสียง EQ Preset ต่าง ๆ ในแอปพลิเคชัน เพื่อให้เสียงตรงกับความชอบของคุณ

B&O Beolit 20 คือคำตอบสำหรับคนที่ต้องการคุณภาพเสียแบบ Hi-End และดีไซน์ที่น่าทึ่งสำหรับลำโพงพกพา ที่สามารถใช้งานตลอดวันได้อย่างสบายใจ

5. Fender INDIO 2

1535-5
ราคา 10,900 บาท

ลำโพงบลูทูธ Fender INDIO 2 ถือเป็นลำโพงบลูทูธระดับพรีเมียม ที่มีลักษณะภายนอกที่โดดเด่น ด้วยสไตล์วินเทจที่มีกลิ่นอายของแอมป์กีตาร์ Fender ในยุคเก่า และยังมาพร้อมกับคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยม โดยลำโพงรุ่นนี้ จะเน้นไปที่การให้ประสบการณ์การฟังเพลงเป็นหลัก เพราะอาจจะไม่สะดวกในการพกพาสักเท่าไหร่ แต่ก็ยังสามารถพกพาได้เช่นกัน

คุณสมบัติลำโพงบลูทูธ Fender INDIO 2:

  • ด้วยดีไซน์ของลำโพงรุ่นนี้ ถูกออกแบบมาให้คล้ายกับแอมป์ของกีตาร์ ทำให้มีลุคคลาสสิกสไตล์วินเทจ
  • หากคุณมีลำโพงรุ่นนี้มากกว่า 1 ตัวล่ะก็ คุณสามารถเปิดใช้งานโหมด DUO เพื่อเพิ่มความสมดุลในการกระจายเสียงจากทั้ง 2 ตัวได้
  • คุณภาพเสียงดีด้วย Woofer x 2 และ Tweeter x 2 และกำลังขับรวม 60W RMS ทำให้สร้างเสียงคมชัด และมีความสมจริง
  • ใช้เป็นของแต่งบ้านได้ ด้วยดีไซน์คลาสสิกและคุณภาพเสียงที่ดี จึงเหมาะทั้งการฟังเพลง ที่สามารถใช้เป็นของแต่งบ้านได้
  • ลำโพงรุ่นนี้ มาพร้อมกับไมค์ในตัวลำโพง ทำให้คุณสามารถทำการเชื่อมต่อกับมือถือและใช้ในการสนทนาได้อย่างสะดวก

ลำโพง Fender INDIO 2 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการลำโพงที่มีดีไซน์คลาสสิกและมีคุณภาพเสียงที่ดีในการใช้งานทุกรูปแบบ

1535-BluetoothSpeaker

เลือกซื้อลำโพง Bluetooth รุ่นไหนดี ?

การตัดสินใจว่าจะซื้อลำโพง Bluetooth รุ่นไหนดี ขึ้นอยู่กับความต้องการ และงบประมาณของแต่ละคน โดยทั่วไปแล้ว ลำโพง Bluetooth แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ตามขนาดและกำลังขับ ได้แก่

ลำโพง Bluetooth ขนาดเล็ก

เหมาะสำหรับพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ เพราะมีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา และบางรุ่นสามารถกันน้ำได้อีกด้วย ตัวอย่างลำโพง Bluetooth ขนาดเล็ก ได้แก่ Marshall Emberton II, JBL Flip 6, และ Bose SoundLink Flex

ลำโพง Bluetooth ขนาดกลาง

เหมาะสำหรับใช้งานภายในบ้าน หรือในที่สาธารณะ เพราะมีขนาดกำลังดี เสียงดัง และบางรุ่นสามารถเชื่อมต่อลำโพงหลายตัวเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มพื้นที่เสียงได้ ตัวอย่างลำโพง Bluetooth ขนาดกลาง ได้แก่ Marshall Kilburn II, JBL Xtreme 3, และ Anker Soundcore Flare 2

ลำโพง Bluetooth ขนาดใหญ่

เหมาะสำหรับใช้งานกลางแจ้ง หรือในพื้นที่ขนาดใหญ่ เพราะมีขนาดกำลังมาก เสียงดัง และบางรุ่นสามารถเชื่อมต่อลำโพงหลายตัวเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างระบบเสียงรอบทิศทางได้ ตัวอย่างลำโพง Bluetooth ขนาดใหญ่ ได้แก่ Sony SRS-XP500, Marshall Woburn III, และ LG XBOOM 360

นอกจากขนาดและกำลังขับแล้ว ปัจจัยอื่น ๆ ที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อลำโพง Bluetooth ได้แก่

  • คุณภาพเสียง เนื่องจากลำโพง Bluetooth แต่ละรุ่นจะให้คุณภาพเสียงที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเสียงที่ใช้ และขนาดของดอกลำโพง
  • คุณสมบัติการใช้งาน เนื่องจากลำโพง Bluetooth บางรุ่นมีฟีเจอร์เพิ่มเติม เช่น กันน้ำ กันฝุ่น ชาร์จไฟเร็ว เชื่อมต่อกับอุปกรณ์หลายตัว เป็นต้น
  • ราคา ลำโพง Bluetooth มีราคาตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับแบรนด์ คุณสมบัติ และขนาด

เคล็ดลับในการเลือกซื้อลำโพง Bluetooth

  • เปรียบเทียบราคา ลำโพง Bluetooth มีราคาหลากหลาย ขึ้นอยู่กับแบรนด์ คุณสมบัติ และคุณภาพเสียง ควรเปรียบเทียบราคาจากหลายแหล่งก่อนตัดสินใจซื้อ
  • ศึกษารีวิว การอ่านรีวิวจากผู้ใช้จริง จะช่วยให้ได้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับคุณภาพเสียง การใช้งาน และปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับลำโพงรุ่นนั้น ๆ
  • ทดลองฟังเสียงก่อนซื้อ หากเป็นไปได้ ควรลองฟังเสียงของลำโพงก่อนซื้อ เพื่อให้แน่ใจว่าเสียงตรงกับความต้องการ

ควรซื้อลำโพงแบบมีสาย หรือแบบไร้สาย ?

ลำโพงแบบมีสาย และแบบไร้สาย ต่างก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความต้องการและการใช้งานของแต่ละบุคคล ดังนี้

ข้อดีของลำโพง แบบมีสาย

  • คุณภาพเสียงดีกว่าลำโพงแบบไร้สาย
  • ระยะการส่งสัญญาณไกลกว่าลำโพงแบบไร้สาย
  • ราคาถูกกว่าลำโพงแบบไร้สาย

ข้อเสียของลำโพง แบบมีสาย

  • ต้องต่อสายสัญญาณระหว่างลำโพง และอุปกรณ์ที่เล่นเสียง
  • ยุ่งยากในการเคลื่อนย้าย

ข้อดีของลำโพง แบบไร้สาย

  • สะดวกในการเคลื่อนย้าย
  • ไม่ต้องต่อสายสัญญาณ
  • ดูทันสมัย

ข้อเสียของลำโพง แบบไร้สาย

  • คุณภาพเสียงอาจด้อยกว่าลำโพงแบบมีสาย
  • ระยะการส่งสัญญาณสั้นกว่าลำโพงแบบมีสาย
  • ราคาสูงกว่าลำโพงแบบมีสาย

แล้วจะลำโพง Bluetooth รุ่นไหนดี ? หากต้องการลำโพงที่สะดวกในการเคลื่อนย้าย และใช้งานง่าย ลำโพง Bluetooth ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่หากต้องการลำโพงที่มีคุณภาพเสียงดี และมีระยะการส่งสัญญาณไกล ควรเลือกลำโพงแบบมีสายมากกว่า 

ตัวอย่างการใช้ลำโพงแบบมีสาย และแบบไร้สาย

การใช้ลำโพงแบบมีสาย และแบบไร้สาย มีความแตกต่างกันตามสถานการณ์ และการใช้งาน ดังนี้

การใช้ลำโพง แบบมีสาย

  • การใช้งานภายในบ้าน เมื่อคุณต้องการฟังเพลงหรือดูหนังภายในบ้าน ลำโพงแบบมีสายสามารถให้เสียงคุณภาพสูง และมีความเสถียรมากกว่า โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่
  • การใช้งานที่ต้องการเสียงคุณภาพสูง หากคุณเป็นผู้ที่ใส่ใจกับคุณภาพเสียง ลำโพงแบบมีสาย มักให้เสียงที่มีคุณภาพมากกว่า เมื่อเทียบกับลำโพงไร้สายทั่วไป
  • การใช้งานยาวนาน ลำโพงแบบมีสาย จะไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่ และสามารถใช้งานได้นานไม่จำกัด เพราะต่อเสียบกับแหล่งจ่ายไฟ

การใช้ลำโพง แบบไร้สาย

  • การพกพาและการเดินทาง ลำโพงไร้สายเป็นเพื่อนที่ดีสำหรับการเดินทาง และกิจกรรมกลางแจ้ง เนื่องจากมีความสะดวก และไม่ต้องมีสายเสียบ
  • การใช้งานในที่สาธารณะ เมื่อคุณต้องการเล่นเพลง หรือจัดกิจกรรมในสถานที่สาธารณะ เช่น งานปาร์ตี้ ลำโพงไร้สายสามารถช่วยให้คุณเชื่อมต่อง่ายกว่าแบบมีสาย
  • ความสะดวกในการเคลื่อนย้าย ลำโพงไร้สาย ไม่มีสายเพราะมีแบตเตอรี่ภายใน ทำให้คุณสามารถเคลื่อนย้ายไปได้ทุกที่ โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับแหล่งจ่ายไฟ

โดยรวมแล้ว ลำโพงแบบมีสาย และแบบไร้สาย ต่างก็มีข้อได้เปรียบที่แตกต่างกันออกไป และความเหมาะสมขึ้นอยู่กับการใช้งาน และความต้องการของแต่ละบุคคล

บทส่งท้าย

หากใครกำลังมีคำถามว่า “จะซื้อลำโพง Bluetooth รุ่นไหนดี ?” บอกเลยว่าการเลือกซื้อลำโพงให้เหมาะสมกับสไตล์ของคุณ นอกจากการไปทดลองฟังเสียงจริงก่อนตัดสินใจซื้อแล้ว คุณควรเลือกซื้อลำโพงที่เหมาะสมกับสไตล์ของคุณด้วยเช่นกัน เช่น คุณต้องการพกพาไปยังสถานที่ต่าง ๆ หรือไม่ ? หรือเพียงแค่ต้องการลำโพงดี ๆ สักตัว สำหรับใช้ฟังภายในบ้าน โดยที่ไม่มีความต้องการที่จะเคลื่อนย้ายลำโพงบ่อยนัก และขนาดของลำโพงก็เช่นกัน เพราะถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่มีผลต่อประสิทธิภาพของเสียง

นอกจากนี้ ยังมีในเรื่องของการเชื่อมต่อ และอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น คุณสมบัติการกันน้ำ, ไฟ LED ช่วยสร้างบรรยากาศ, การควบคุมผ่านแอปพลิเคชันมือถือ หรือความสามารถในการเชื่อมต่อลำโพงหลายตัวเข้าด้วยกัน (TWS) การพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ คุณจะสามารถเลือกซื้อลำโพงบลูทูธที่เหมาะกับความต้องการ และสถานที่ใช้งานได้อย่างเหมาะสม และหวังว่าคุณจะได้รับคำตอบแล้วว่าจะซื้อลำโพง Bluetooth รุ่นไหนดีที่เหมาะกับสไตล์การใช้งานของคุณ

by FirstPrice Official

เว็บไซต์แนะนำสินค้า ราคาโดนใจ

แนะนำสำหรับคุณ