หมวดหมู่
บทความล่าสุด
สมัครงาน

5 อันดับ เครื่องชงกาแฟแคปซูล ยี่ห้อไหนดี ? อร่อยคุ้มค่า ราคาหลักพัน

5 อันดับ เครื่องชงกาแฟแคปซูล ยี่ห้อไหนดี ? อร่อยคุ้มค่า ราคาหลักพัน

การดื่มกาแฟนั้นได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน และ “เครื่องชงกาแฟแคปซูล” ก็เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยม ในการนำมาสกัดกาแฟเช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานง่าย สะดวก และรวดเร็ว เครื่องชงกาแฟแบบแคปซูลนั้นก็มีให้เลือกหลากหลายยี่ห้อ ที่มีฟังก์ชันการใช้งานแตกต่างกันไป โดยในบทความนี้ FirstPrice จะมาแนะนำ 5 อันดับ เครื่องชงกาแฟแคปซูล ยี่ห้อไหนดี ? อร่อยคุ้มค่า ราคาหลักพัน จะมีรุ่นไหนบ้างนั้น ไปดูกันเลย

1. NESCAFÉ Dolce Gusto รุ่น Genio S Plus

1585-1
ราคา 3,490 บาท

เครื่องชงกาแฟ NESCAFÉ Dolce Gusto Dolce รุ่น Genio S Plus เป็นรุ่นที่ได้รับการพัฒนาต่อมาจากรุ่นเบสิก ซึ่งมีพื้นฐานการใช้งานที่ครบครันเหมือนกัน แต่จะสามารถปรับระดับอุณหภูมิได้มากถึง 4 ระดับ แถมยังมาพร้อมกับฟังก์ชันพิเศษอย่างระบบ Espresso Boost ที่จะช่วยให้คุณสกัดช็อตเอสเปรสโซได้เข้มข้นเต็มรสกาแฟมากยิ่งขึ้น โดยจะใช้ระบบหมุนวงแหวน LED ในการปรับระดับน้ำ

ในส่วนของแรงดันน้ำนั้นจะอยู่ที่ 15 บาร์ ซึ่งเทียบเท่ากับเครื่องชงกาแฟขนาดใหญ่ได้เลย ไม่เพียงเท่านั้น ยังเป็นรุ่นที่มีระบบเตือนล้างตะกรันอัตโนมัติ และโหมดประหยัดพลังงาน โดยที่ตัวเครื่องจะปิดลงหากไม่มีการใช้งานครบ 1 นาที และที่สำคัญ สามารถชงเครื่องดื่มอื่น ๆ ได้หลากหลาย แถมรองรับการใช้งานกับแก้วขนาด XL ได้อีกด้วย

จุดเด่นของเครื่องชงกาแฟ Dolce Gusto รุ่น Genio S Plus:

  • สามารถปรับระดับอุณหภูมิได้ 4 ระดับ
  • มาพร้อมกับระบบ Espresso Boost
  • แรงดันน้ำ 15 บาร์
  • มีระบบเตือนล้างตะกรันอัตโนมัติ
  • มีโหมดประหยัดพลังงาน
  • สามารถชงกาแฟ และเครื่องดื่มอื่น ๆ ได้หลากหลาย
  • รองรับการใช้งานกับแก้วขนาด XL

2. HAFELE รุ่น ECOM-302

1585-2
ราคา 3,299 บาท

เครื่องชงกาแฟ HAFELE รุ่น ECOM-302 เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกาแฟที่เข้มข้น เพราะใช้แรงดันน้ำสูงถึง 20 บาร์ ช่วยให้การสกัดกาแฟออกมาได้รสชาติดี และมีความหอม สามารถชงเครื่องดื่มได้หลากหลายเมนู ทั้งกาแฟดำ เอสเปรสโซ ลาเต้ คาปูชิโน่ และอื่น ๆ นอกจากนี้ เครื่องยังมีโหมดประหยัดพลังงาน ปิดอัตโนมัติ เมื่อไม่มีการใช้งาน ช่วยให้ประหยัดไฟ และเป็นการยืดอายุการใช้งานเครื่องอีกด้วย แต่เครื่องชงกาแฟแบบแคปซูลรุ่นนี้ สามารถใช้ได้กับแคปซูล Nespresso เท่านั้น

จุดเด่นของเครื่องชงกาแฟ HAFELE รุ่น ECOM-302:

  • ใช้แรงดันน้ำสูงถึง 20 บาร์ ชงกาแฟได้เข้มข้น
  • ควบคุมผ่านปุ่มสัมผัส ใช้งานง่าย
  • มีไฟแสดงสถานะแบบ LED โชว์บนตัวเครื่อง
  • ปิดเครื่องอัตโนมัติ เมื่อไม่มีการใช้งานครบ 9 นาที
  • ตัวฐานของเครื่องติดตั้งตัวดูด ยึดเครื่องเข้ากับโต๊ะ หรือเคาน์เตอร์
  • ตัวแท็งก์น้ำ สามารถถอดล้าง เพื่อล้างทำความสะอาดได้
  • มีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้น เมื่อเครื่องตรวจพบว่าน้ำในแท็งก์ใกล้หมด

3. DUCHESS รุ่น CM6300

1585-3
ราคา 3,190 บาท

เครื่องชงกาแฟ Duchess รุ่น CM6300 เป็นตัวเลือกที่ดี สำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการชงกาแฟหลากหลายรูปแบบ เพราะสามารถปรับปริมาณการชงได้ถึง 9 ระดับ ตั้งแต่ 15 – 180 มล. เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบดื่มกาแฟในปริมาณที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังมีแรงดันน้ำสูงถึง 19 บาร์ จึงชงกาแฟได้รวดเร็ว และมีรสชาติดี เหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลาน้อย และต้องการดื่มกาแฟที่มีคุณภาพ

จุดเด่นของเครื่องชงกาแฟ Duchess รุ่น CM6300:

  • สามารถปรับปริมาณการชงได้ 9 ระดับ
  • มีแรงดันน้ำสูงถึง 19 บาร์
  • แท็งก์น้ำจุน้ำได้ 600 มล.
  • มีโหมดชงกาแฟด้วยตนเอง
  • ตัวโถรองน้ำกาแฟ ที่ทนทานต่อความร้อนสูง
  • มี 2 สีให้เลือก คือ สีดำและสีขาว
  • มีขนาดกะทัดรัด

4. KRUPS รุ่น Piccolo Xs KP1A08

1585-4
ราคา 1,990 บาท

เครื่องชงกาแฟ KRUPS รุ่น Piccolo Xs KP1A08 เป็นตัวเลือกที่ดี สำหรับผู้ที่ต้องการเครื่องชงกาแฟแบบแคปซูลที่ราคาคุ้มค่า และสามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย เพราะมาในราคาประหยัด แต่มีฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน สามารถชงเครื่องดื่มได้หลากหลายเมนู ทั้งกาแฟดำ กาแฟนม หรือเครื่องดื่มอื่น ๆ ทั้งร้อนและเย็น ตัวเครื่องมีแรงดันน้ำสูง 15 บาร์ ชงกาแฟได้รสชาติดี รวดเร็วทันใจ

จุดเด่นของเครื่องชงกาแฟ KRUPS:

  • มีแรงดันน้ำสูงถึง 15 บาร์
  • สามารถชงเครื่องดื่มได้หลากหลายเมนู
  • ใช้งานง่าย สะดวกสบาย
  • ราคาประหยัด
  • มีระบบประหยัดพลังงาน
  • แท็งก์น้ำ สามารถถอดออกมาทำความสะอาดได้ง่าย
  • สามารถปรับความสูงฐานรองแก้วน้ำได้

5. Xiaomi Mijia S1301

1585-5
ราคา 2,490 บาท

เครื่องชงกาแฟ Xiaomi Mijia รุ่น S1301 เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการเครื่องชงกาแฟแบบแคปซูลที่ใช้งานง่าย และราคาประหยัด ตัวเครื่องมีแรงดันน้ำสูงถึง 20 บาร์ สามารถชงกาแฟได้รสชาติเข้มข้น ได้ครีมาที่เนียนนุ่มเหลืองทอง และมีโหมดสำหรับชงกาแฟทั้งหมด 2 รูปแบบ ได้แก่ ชงแบบสกัดช็อตเอสเปรสโซ และชงแบบลุงโก

จุดเด่นของเครื่องชงกาแฟ Xiaomi Mijia รุ่น S1301:

  • มีแรงดันน้ำสูงถึง 20 บาร์
  • มีโหมดสำหรับชงกาแฟ 2 รูปแบบ
  • ใช้งานง่าย สะดวกสบาย
  • ราคาประหยัด
  • รองรับการใช้งานร่วมกับแคปซูล Nespresso
  • มีระบบปิดเครื่องอัตโนมัติ เมื่อไม่มีการใช้งานครบ 10 นาที
  • น้ำหนักเบา และมีขนาดเล็ก ประหยัดพื้นที่จัดวาง
1585-CapsuleCoffee

เครื่องชงกาแฟแบบแคปซูล คืออะไร ?

เครื่องชงกาแฟแคปซูล คือ อุปกรณ์ชงกาแฟชนิดหนึ่ง ที่ใช้แคปซูลกาแฟสำเร็จรูปในการชงกาแฟ โดยแคปซูลกาแฟจะบรรจุผงกาแฟบดไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งผู้ใช้เพียงแค่นำแคปซูลกาแฟ ใส่เข้าไปในเครื่องชงกาแฟ จากนั้นเครื่องชงกาแฟก็จะทำการเจาะฝาแคปซูล และปล่อยน้ำร้อนผ่านผงกาแฟออกมา กลายเป็นกาแฟ โดยกระบวนการนี้จะใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น ผู้ใช้จึงสามารถชงกาแฟดื่มได้อย่างรวดเร็วและสะดวก

ข้อดีของเครื่องชงกาแฟแบบแคปซูล ได้แก่

  • ใช้งานง่าย สะดวก รวดเร็ว
  • หลากหลาย สามารถเลือกชงกาแฟได้หลายเมนู
  • สะอาด ปราศจากฝุ่นผง
  • ประหยัดเวลา
  • ประหยัดค่าใช้จ่าย

ข้อเสียของเครื่องชงกาแฟแบบแคปซูล ได้แก่

  • ราคาแคปซูลกาแฟค่อนข้างสูง
  • บางแคปซูลกาแฟมีจำหน่ายเฉพาะยี่ห้อ และรุ่นของเครื่องชงกาแฟเท่านั้น

จะซื้อเครื่องชงกาแฟแคปซูล ยี่ห้อไหนดี ?

การเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟแคปซูล ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ควรพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้

พิจารณาจากระบบการทำงานต่าง ๆ 

การเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟนั้น สิ่งสำคัญประการหนึ่งที่ต้องพิจารณาก็คือระบบการทำงานต่าง ๆ ที่ถูกติดตั้งมาให้ โดยระบบการทำงานเหล่านี้ จะช่วยให้คุณสามารถใช้งานเครื่องชงกาแฟได้อย่างสะดวก และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยระบบการทำงานพื้นฐาน ที่พบเห็นได้ทั่วไปในเครื่องชงกาแฟ ได้แก่

  • ระบบควบคุมอุณหภูมิ ที่จะช่วยให้คุณสามารถปรับระดับอุณหภูมิในการชงกาแฟได้อย่างหลากหลาย และตามความเหมาะสมของกาแฟประเภทนั้น ๆ
  • ระบบช่วยชงกาแฟปริมาณมาก ที่จะช่วยให้คุณสามารถชงกาแฟได้ครั้งละจำนวนมาก ๆ เหมาะสำหรับการใช้งานในร้านอาหาร หรือสำนักงาน
  • ระบบการชงกาแฟอัตโนมัติ ที่จะช่วยช่วยให้คุณสามารถชงกาแฟได้ โดยไม่ต้องควบคุมการทำงานด้วยตัวเอง เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ไม่ต้องการความยุ่งยาก
  • ระบบการสกัดกาแฟแบบเย็น ที่จะช่วยช่วยให้คุณสามารถชงกาแฟได้โดยไม่ต้องใช้ความร้อน เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกาแฟเย็น
  • ระบบการชงกาแฟหลายรูปแบบ ที่จะช่วยช่วยให้คุณชงกาแฟได้หลากหลายรูปแบบ เช่น กาแฟดำ เอสเปรสโซ ลาเต้ เป็นต้น
  • ระบบการทำความสะอาดอัตโนมัติ ที่จะช่วยช่วยให้คุณสามารถทำความสะอาดเครื่องชงกาแฟได้อย่างสะดวกสบาย

นอกจากระบบการทำงานแล้ว ยังควรพิจารณาถึงรายละเอียดอื่น ๆ ของสินค้าประกอบการตัดสินใจ เช่น คุณภาพของวัสดุ ประสิทธิภาพในการทำงาน ขนาด และน้ำหนักของเครื่องชงกาแฟ เป็นต้น เพื่อให้สามารถเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟที่ตรงกับความต้องการ และใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

พิจารณาขนาดพื้นที่ในการจัดวาง

การพิจารณาขนาดพื้นที่ในการจัดวางที่เหมาะสม เป็นปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งที่ต้องพิจารณา ในการเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟ เนื่องจากเครื่องชงกาแฟมีหลากหลายขนาด การเลือกเครื่องชงกาแฟที่มีขนาดไม่เหมาะสมกับพื้นที่ อาจทำให้ไม่สามารถใช้งานได้อย่างสะดวก หรืออาจทำให้พื้นที่ใช้งานดูคับแคบลง จึงควรพิจารณาขนาดที่เหมาะสมกับตนเอง โดยพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น

  • ขนาดของพื้นที่ในการจัดวาง
  • จำนวนคนที่ใช้งาน
  • ความถี่ในการใช้งาน

พิจารณาขนาดความจุแทงค์น้ำ

การตรวจสอบขนาดความจุของแทงค์น้ำ เป็นปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งที่ต้องพิจารณา ในการเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟแคปซูล เนื่องจากแทงค์น้ำเป็นส่วนที่เก็บน้ำไว้สำหรับชงกาแฟ หากแทงค์น้ำมีขนาดเล็ก อาจทำให้ต้องเติมน้ำบ่อยครั้ง ซึ่งอาจไม่สะดวกในการใช้งาน

หากใช้งานบ่อย ๆ ควรเลือกเครื่องชงกาแฟ ที่มีแทงค์น้ำขนาดใหญ่ ที่เหมาะสำหรับใช้งานหลายคนหรือใช้งานบ่อย ๆ หากใช้งานไม่บ่อยนัก อาจเลือกเครื่องชงกาแฟที่มีแทงค์น้ำขนาดเล็ก เพื่อเป็นการประหยัดพื้นที่ และประหยัดพลังงาน

วัสดุที่ใช้ในการผลิต และความปลอดภัย

วัสดุที่ใช้ในการผลิต และความปลอดภัยในการใช้งาน มีความสำคัญมาก แน่นอนว่าการเลือกวัสดุที่แข็งแรงทนทาน จะสามารถช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องได้ วัสดุที่ใช้ในการผลิตเครื่องชงกาแฟแคปซูลส่วนใหญ่ จะเป็นพลาสติกและโลหะ

โดยพลาสติกที่ใช้ในการผลิตตัวเครื่องควรเป็นพลาสติกที่มีคุณภาพสูง มีความทนทานต่อความร้อน ส่วนโลหะที่ใช้ในการผลิตชิ้นส่วนต่าง ๆ ควรเป็นโลหะที่ไม่เป็นสนิม และมีความทนทานต่อการกัดกร่อน เช่น สเตนเลส หรือสแตนเลส 316

ในขณะเดียวกันการเลือกเครื่องชงที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น มาตรฐานความปลอดภัยผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ มาตรฐานความปลอดภัยเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน และสำนักงาน มาตรฐานความปลอดภัยผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับอาหาร ก็จะช่วยสามารถลดความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายระหว่างการใช้งานได้เช่นกัน

นอกจากนี้ เครื่องชงกาแฟแคปซูลบางรุ่น ยังมีฟังก์ชันความปลอดภัยเพิ่มเติม เช่น ระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อน้ำในถังหมด ระบบป้องกันการรั่วไหลของน้ำ เป็นต้น

แบรนด์เครื่องชงกาแฟแบบแคปซูลที่ได้รับความนิยม

ตัวอย่างแบรนด์เครื่องชงกาแฟที่ได้รับความนิยม ได้แก่

  • Nespresso เป็นแบรนด์เครื่องชงกาแฟ ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดดเด่นด้วยรสชาติกาแฟเข้มข้นและหลากหลาย
  • Dolce Gusto เป็นแบรนด์เครื่องชงกาแฟ ที่ได้รับความนิยมเช่นกัน มีเมนูกาแฟให้เลือกหลากหลาย ทั้งกาแฟร้อน กาแฟเย็น และเครื่องดื่มอื่น ๆ
  • Lavazza เป็นแบรนด์เครื่องชงกาแฟ จากประเทศอิตาลี ที่โดดเด่นด้วยรสชาติกาแฟที่เข้มข้น และหอมกรุ่น
  • Segafredo Zanetti เป็นแบรนด์เครื่องชงกาแฟ จากประเทศอิตาลี โดดเด่นด้วยรสชาติกาแฟที่เข้มข้น และมีความหลากหลาย
  • Illy เป็นแบรนด์เครื่องชงกาแฟแคปซูล จากประเทศอิตาลี โดดเด่นด้วยรสชาติกาแฟที่เข้มข้นและหอมหวาน

ข้อควรระวังในการ ซื้อเครื่องชงกาแฟแบบแคปซูล

ก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องชงกาแฟแบบแคปซูล ควรพิจารณาข้อควรระวังต่อไปนี้

  • ราคาแคปซูลกาแฟ แคปซูลกาแฟ มีราคาค่อนข้างสูง หากต้องซื้อแคปซูลกาแฟเป็นประจำ อาจทำให้ค่าใช้จ่ายสูงได้ แต่อาจจะยังน้อยกว่าการซื้อกาแฟตามร้านคาเฟ่ทั่วไป
  • ความหลากหลายของรสชาติกาแฟ เครื่องชงกาแฟบางรุ่น มีให้เลือกแคปซูลกาแฟ เพียงไม่กี่รสชาติเท่านั้น หากต้องการกาแฟ ที่มีรสชาติหลากหลาย ควรเลือกเครื่องชงกาแฟ ที่สามารถรองรับแคปซูลกาแฟ จากแบรนด์ต่าง ๆ ได้
  • ความสะดวกในการใช้งาน เครื่องชงกาแฟแบบแคปซูล ใช้งานง่าย แต่หากต้องการกาแฟที่มีรสชาติเข้มข้น หรือมีฟองนม ก็อาจต้องใช้เวลาในการเตรียมอุปกรณ์เพิ่มเติม
  • การดูแลรักษา เครื่องชงกาแฟแบบแคปซูล มีชิ้นส่วนที่ต้องทำความสะอาดอยู่เป็นประจำ หากไม่ดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ อาจทำให้เครื่องชงกาแฟเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

นอกจากนี้ ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ “เครื่องชงกาแฟแบบแคปซูล” ให้ดีก่อนซื้อ เพื่อให้ได้เครื่องชงกาแฟที่ตรงกับความต้องการ และการใช้งาน

เครื่องชงกาแฟแคปซูล และเครื่องชงกาแฟทั่วไป แตกต่างกันอย่างไร ?

กลไกการทำงานของเครื่องชงกาแฟ ต่างก็ใช้แรงดันน้ำร้อน เพื่อสกัดกาแฟออกมาทั้งสิ้น แต่เครื่องชงกาแฟทั่วไป จะต้องนำเมล็ดกาแฟคั่วบด ไปบดก่อนนำไปใส่ในหัวกรุ๊ปชงกาแฟของเครื่องชง จากนั้นจึงใช้แรงดันน้ำร้อนผ่านผงกาแฟ เพื่อสกัดนำกาแฟออกมา

ส่วนเครื่องชงกาแฟแบบแคปซูล จะใช้แคปซูลกาแฟสำเร็จรูปเป็นตัวตั้งต้น โดยแคปซูลกาแฟจะบรรจุผงกาแฟคั่วบด และสารปรุงแต่งอื่น ๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว ผู้ใช้เพียงแค่ใส่แคปซูลกาแฟลงในเครื่องชง จากนั้นจึงใช้แรงดันน้ำร้อนผ่านแคปซูลกาแฟ เพื่อสกัดกาแฟออกมา

เครื่องชงกาแฟแบบไหนถึงจะเหมาะกับผู้ใช้นั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการ และไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน หากต้องการความยืดหยุ่นในการใช้งาน และได้รสชาติกาแฟที่หลากหลาย เครื่องชงกาแฟแบบทั่วไปจะตอบโจทย์กว่า หากต้องการความสะดวกในการใช้งาน และไม่ต้องยุ่งยากในการบดเมล็ดกาแฟ เครื่องชงกาแฟแบบแคปซูลจะตอบโจทย์มากกว่า

บทส่งท้าย

การเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟแคปซูลนั้น สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณา คือ ความต้องการ และการใช้งานจริงของผู้ใช้งานเป็นหลัก โดยคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น งบประมาณ จำนวนผู้ใช้งาน ความถี่ในการใช้งาน ประเภทของเครื่องดื่ม แรงดันน้ำ ฟังก์ชั่นเสริมพิเศษต่าง ๆ โดยเลือกที่เหมาะสมกับความชอบในการดื่มกาแฟ และเครื่องดื่ม ๆ ของคุณ

จากทั้ง 5 อันดับที่ได้แนะนำมานั้น ล้วนแล้วแต่เป็นตัวเลือกที่มีความคุ้มค่าเหมาะสม และสามารถตอบโจทย์การใช้งานในการชงกาแฟแบบพื้นฐานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในแต่ละรุ่นก็มีจะจุดเด่น และคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป ผู้ใช้งานจึงควรเลือกรุ่นที่เหมาะสมกับความต้องการ และการใช้งานของตนเองมากที่สุด

by FirstPrice Official

เว็บไซต์แนะนำสินค้า ราคาโดนใจ

แนะนำสำหรับคุณ