หมวดหมู่
บทความล่าสุด
สมัครงาน

5 อันดับ สีย้อมผมยี่ห้อไหนดี ? สีสวย ติดทนนาน ผมไม่เสีย

5 อันดับ สีย้อมผมยี่ห้อไหนดี ? สีสวย ติดทนนาน ผมไม่เสีย

“สีย้อมผม” เป็นอุปกรณ์ในการย้อมสีผม ที่สามารถช่วยเปลี่ยนลุค และช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในตัวเองได้ ถือเป็นกระบวนการที่มีความสำคัญในวงการความงามและแฟชั่นในปัจจุบัน โดยผลิตภัณฑ์ย้อมสีผมในสมัยนี้ก็มีให้เลือกมากมายหลายยี่ห้อ และหลายวิธีการให้เลือกตามความชอบ หากใครไม่ชอบไปทำสีที่ร้าน ก็มีแบบที่สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเองเช่นกัน ในบทความนี้ FirstPrice จะมาแนะนำ 5 อันดับ สีย้อมผมยี่ห้อไหนดี ? สีสวย ติดทนนาน ผมไม่เสีย และวิธีการเลือกสีย้อมผม เทคนิคการทำสีผมอย่างละเอียด โดยมียี่ห้อไหนบ้างนั้น ไปดูกันเลย

1. Revlon ColorSilk Beautiful Color

1643-HairColor1
ราคา 135 บาท

สีย้อมผม Revlon ColorSilk Beautiful Color เป็นยาย้อมผมสูตรอ่อนโยนที่มีส่วนผสมของเคราติน ที่สามารถช่วยบำรุงเส้นผมให้นุ่มสวย ไม่แห้งกร้าน มีสีให้เลือกมากมาย ตัวสีมีคุณภาพดี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสีผมอย่างปลอดภัย สามารถทำเองได้ และได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ ในราคาสบายกระเป๋า

คุณสมบัติของสีย้อมผม Revlon ColorSilk Beautiful Color:

  • ปราศจากแอมโมเนีย ที่สามารถทำให้เกิดความระคายเคือง และผลข้างเคียงได้
  • ไม่มีกลิ่นเหม็นหืน ทำให้การใช้ผลิตภัณฑ์นี้เป็นที่พึงพอใจ และไม่ส่งกลิ่นรบกวนในขณะย้อม
  • ไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง เพราะถูกออกแบบมา เพื่อป้องกันการระคายเคืองบนหนังศีรษะขณะย้อมสีผม
  • มอบสีผมที่ดูเป็นธรรมชาติ และมีความสวยงาม สีดูเป็นธรรมชาติ ไม่เวอร์เกินจากความสวยงามตามธรรมชาติของสีผม
  • ผสานรวมคุณสมบัติของสีผมที่แข็งแรง มีคอนดิชันเนอร์ ที่ช่วยให้ผมดูแข็งแรงมากขึ้น และโพลิเมอร์ที่ช่วยให้สีผมติดทน ไม่หลุดง่าย

2. L’Oreal Excellence Fashion

1643-HairColor2
ราคา 259 บาท

สีย้อมผม L’Oreal Excellence Fashion เป็นยาย้อมผม สูตรทริปเปิลแคร์ จากแบรนด์ L’Oreal Paris ที่มีให้เลือกหลากหลายเฉดสี ครอบคลุมทุกความต้องการ ทุกโทนสี มีส่วนประกอบที่ช่วยดูแลเส้นผมให้ดูมีสุขภาพดี สีติดทนนาน ใช้แล้วผมนุ่มลื่น เงางาม ปกปิดผมขาวได้อย่างมั่นใจ

คุณสมบัติของสีย้อมผม L’Oreal Excellence Fashion:

  • มอบสีผมที่สวย เด่นชัด ด้วยเทคโนโลยี Micro-Oil Capsules ที่ช่วยให้สีผมติดทนนาน สม่ำเสมอ และดูเป็นธรรมชาติ
  • เม็ดสีติดทนยาวนาน ด้วยเทคโนโลยี Triple Care Protection ที่ปกป้องเส้นผมจากความร้อน และสารเคมีต่าง ๆ
  • ให้ผมสวย เงางาม ดึงดูดใจ ด้วยเทคโนโลยี Ionene G ที่ช่วยให้ผมนุ่มลื่น เงางาม
  • ดูแลให้เส้นผมดูสวย สุขภาพดี ด้วยเทคโนโลยี Incell ที่ช่วยให้เส้นผมมีความแข็งแรงมาจากภายใน
  • ปกป้องเส้นผม และฟื้นบำรุงผมเสีย ด้วยเทคโนโลยี Ceramide R ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นในเส้นผม
  • ปกปิดผมขาวได้มิดชิด ด้วยเทคโนโลยี Tri-Active Neutralizer ช่วยปกปิดผมขาวได้ได้อย่างหมดห่วง

3. Schwarzkopf Freshlight

1643-HairColor3
ราคา 225 บาท

สีย้อมผม Schwarzkopf Freshlight เป็นยาย้อมผมสูตรโฟม จากแบรนด์ Schwarzkopf ใช้งานง่าย เพียงแค่ผสมโฟมกับน้ำให้เข้ากันแล้วทาลงบนเส้นผม ก็สามารถเปลี่ยนสีผมได้อย่างง่ายดาย มีสีให้เลือกเยอะจุใจ เม็ดสีติดทนนาน ช่วยปกปิดผมขาวได้มิด มีส่วนผสมที่สามารถช่วยบำรุงเส้นผมให้ดูนุ่มลื่น และเงางาม

คุณสมบัติของสีย้อมผม Schwarzkopf Freshlight:

  • เม็ดสีที่แน่น คุณภาพยอดเยี่ยม ด้วยเทคโนโลยี Micro-Color Capsules ที่ช่วยให้สีผมติดทนนาน สม่ำเสมอ และดูเป็นธรรมชาติ
  • เปลี่ยนสีผมและปกปิดผมขาวได้มิด ด้วยเทคโนโลยี Micro-Color Capsules ที่ช่วยให้สีผมติดทนนาน สม่ำเสมอ และดูเป็นธรรมชาติ
  • มีสีให้เลือกเยอะจุใจ มีเฉดสีให้เลือกกว่า 20 เฉดสี ครอบคลุมทุกความต้องการของผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสีผม ไม่ว่าจะเป็นสีผมโทนสว่างโทนเข้ม หรือสีผมแฟชั่นต่างๆ
  • ส่วนประกอบของน้ำมันเมล็ดองุ่น และกรดอะมิโน ที่ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นในเส้นผม คืนความนุ่มลื่น พร้อมดูแลสุขภาพผมให้แข็งแรง
  • มาพร้อมกับอุปกรณ์ครบครัน  ใช้งานง่าย สะดวกสบาย

4. Lolane Pixxel Color Cream

1643-HairColor4
ราคา 35-60 บาท

สีย้อมผม Lolane Pixxel Color Cream เป็นยาย้อมผมสูตรครีม คุณภาพดี จากแบรนด์ Lolane ที่มีสีให้เลือกหลากหลายเฉดสี ใช้แล้วช่วยให้ผมนุ่มลื่นและเงางาม สีผมติดทนนาน มีกลิ่นหอม ไม่ฉุน มีผมสวยสุขภาพดีได้ ในราคาไม่แพง

คุณสมบัติของสีย้อมผม Lolane Pixxel Color Cream:

  • สีผมสวยชัด เม็ดสีสุดแน่น ด้วยเทคโนโลยี Complete Capsules ที่ช่วยให้เม็ดสีกระจายตัวลงสู่เส้นผมอย่างทั่วถึง ทำให้สีผมสวยชัด
  • สีติดทนนาน ด้วยเทคโนโลยี Triple Care Protection ที่ปกป้องเส้นผมจากความร้อนและสารเคมีต่างๆ ทำให้สีผมติดทนนาน ไม่หลุดง่าย
  • กลิ่นหอม ไม่ฉุน ด้วยเทคโนโลยี Aroma Care System ช่วยปรับกลิ่นให้หอมอ่อนโยน ทำให้การใช้ผลิตภัณฑ์นี้เป็นที่น่าพึงพอใจ
  • บำรุงผมนุ่ม ชุ่มชื้น มีสารสกัดจากโอเมก้าออยล์ ที่ช่วยบำรุงและเติมความชุ่มชื้นให้กับเส้นผม ทำให้ผมดูนุ่มสวย
  • เพิ่มประกายให้สีผมสวยยาวนาน ด้วยสารสกัดจากเลซิติน ที่ช่วยเพิ่มประกายให้สีผมสวยยาวนาน และสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ

5. Dcash Experience Keratin Color Cream

1643-HairColor5
ราคา 85 บาท

สีย้อมผม Dcash Experience Keratin Color Cream เป็นยาย้อมผมสูตรครีม จากแบรนด์ Dcash ที่เน้นการบำรุง และฟื้นฟูเส้นผมให้แข็งแรง สวยงาม ด้วยส่วนผสมของเคราติน และโปรตีนถั่วเหลืองที่ช่วยบำรุง และป้องกันการระคายเคืองหนังศีรษะ ทั้งยังมีสารสกัดที่ช่วยเพิ่มประกายให้สีผมสวยยาวนาน และปิดเกล็ดผมให้ดูสวยสุขภาพดี

คุณสมบัติของสีย้อมผม Dcash Experience Keratin Color Cream:

  • เปลี่ยนสีผมให้สวยชัด เงางาม ด้วยเทคโนโลยี Color Lock System ที่ช่วยให้เม็ดสีติดทนนาน และกระจายตัวลงสู่เส้นผมได้อย่างทั่วถึง
  • มีส่วนผสมของเคราติน ช่วยบำรุงให้เส้นผมแข็งแรง ดูสุขภาพดี
  • สีสว่าง สวยเด่นชัด เป็นประกายเงางาม ด้วยเทคโนโลยี Color Boost System
  • ฟื้นฟูเส้นผมแห้งเสีย ให้กลับมาสุขภาพดี นุ่มลื่น ด้วยส่วนผสมจากโปรตีนถั่วเหลือง
  • กลิ่นหอม ละมุน อ่อนโยน ไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองเส้นผม และหนังศีรษะ
1643-HairColor

ซื้อสีย้อมผมยี่ห้อไหนดี ? มีวิธีเลือกอย่างไร ?

การเลือกสีย้อมผมยี่ห้อไหนดีนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ดังนี้

เลือกจากโทนสีผิว

การเลือกสีย้อมผมให้เข้ากับสีผิว จะช่วยให้ใบหน้าดูสว่างสดใส และขับบุคลิกภาพให้โดดเด่นยิ่งขึ้น โดยทั่วไปแล้ว ผิวขาวเหมาะกับสีผมโทนสว่าง เช่น สีบลอนด์ สีน้ำตาลอ่อน สีน้ำตาลทอง ส่วนผิวคล้ำเหมาะกับสีผมโทนเข้ม เช่น สีดำ สีน้ำตาลเข้ม สีน้ำตาลช็อคโกแลต โดยมีเคล็ดลับในการเลือกสีย้อมผมให้เข้ากับสีผิว หากคุณไม่แน่ใจเกี่ยวกับโทนสีผิวตัวเอง ขอแนะนำให้ปรึกษาช่างทำผมมืออาชีพ เพื่อขอคำแนะนำ และเลือกสีผมที่เหมาะกับคุณมากที่สุด

เลือกจากสภาพเส้นผม

การเลือกสีย้อมผมจากสภาพเส้นผม จะช่วยให้ผมไม่เสีย และยืดอายุการใช้งานของสีผม โดยทั่วไปแล้ว สีย้อมผมแบบถาวรจะกัดทำลายเส้นผม มากกว่าสีย้อมผมแบบกึ่งถาวร สำหรับผู่ที่มีผมแห้งเสีย หรือมีการทำสีผมบ่อย ๆ ควรเลือกยาย้อมผม ที่มีส่วนผสมของสารบำรุงผม เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันอาร์แกน หรือวิตามินอี เพื่อไม่ให้ผมเสียหนักกว่าเดิม ควรหลีกเลี่ยงสีย้อมผมแบบถาวร หรือสีย้อมผมที่มีส่วนผสมของแอมโมเนีย หรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์มากเกินไป และควรบำรุงผมด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผมเป็นประจำ เพื่อช่วยให้ผมกลับมาแข็งแรง และมีสุขภาพดี

เลือกจากรูปแบบสีย้อมผม

การเลือกสีผมจากรูปแบบของสีย้อมผม ช่วยให้คุณได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับการใช้งาน และไลฟ์สไตล์ของคุณ โดยสามารถแบ่งสีย้อมผมออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ “สีย้อมผมแบบครีม” และ “สีย้อมผมแบบโฟม” โดยแต่ละรูปแบบจะมีคุณสมบัติ และวิธีการใช้งานที่แตกต่างกัน คุณสามารถเลือกรูปแบบที่เหมาะกับความต้องการ และความสะดวกสบายของคุณ ในการเปลี่ยนสีผมของคุณได้อย่างเหมาะสม

สีย้อมผมแบบครีม และแบบโฟม มีความแตกต่างกันอย่างไร ?

สีย้อมผมแบบครีมและแบบโฟม มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความต้องการ และปัจจัยต่างๆ ของผู้ใช้งาน ดังนี้

ข้อดีของ ยาย้อมผมแบบครีม

  • สีติดทนนานกว่า
  • ปกปิดผมขาวได้ดีกว่า
  • เหมาะกับผมที่ผ่านการฟอกสีมา
  • สามารถเลือกเฉดสีได้หลากหลาย

ข้อเสียของ ยาย้อมผมแบบครีม

  • ใช้งานยากกว่าแบบโฟม
  • ต้องแบ่งผมเป็นช่อ ๆ เพื่อย้อมให้ทั่วถึง
  • ทิ้งคราบเปื้อนได้มากกว่าแบบโฟม

ข้อดีของ ยาย้อมผมแบบโฟม

  • ใช้งานง่ายกว่า
  • ไม่ต้องแบ่งผมเป็นช่อ ๆ เพื่อย้อม
  • ไม่ทิ้งคราบเปื้อน
  • มีให้เลือกหลายเฉดสี

ข้อเสียของ ยาย้อมผมแบบโฟม

  • สีติดทนน้อยกว่าแบบครีม
  • ปกปิดผมขาวได้น้อยกว่า
  • เหมาะกับผมที่ไม่เคยผ่านการฟอกสีมา

หากกำลังคิดว่าจะซื้อสีย้อมผมยี่ห้อไหนดี สามารถเลือกจากรูปแบบการย้อมสีผมได้ ถ้าต้องการย้อมผมให้ติดทนนานและปกปิดผมขาวได้ดี ควรเลือกใช้ยาย้อมผมแบบครีม ส่วนหากต้องการย้อมผมให้ใช้งานสะดวก ไม่ทิ้งคราบเปื้อนง่าย ควรเลือกใช้ยาย้อมผมแบบโฟม

Undertone มีความสำคัญกับการทำสีผมอย่างไร ?

การเลือกสีผมให้เหมาะกับอันเดอร์โทนผิวเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยขับสีผิวให้สว่างขึ้น และทำให้ใบหน้าดูสดใสขึ้น โดยทั่วไปแล้ว สีผิวของมนุษย์สามารถแบ่งออกเป็นสองโทนหลัก ๆ คือ

  • อันเดอร์โทนเหลือง (Warm Undertone) ผิวโทนนี้จะมีสีเหลือง หรือส้มเป็นสีพื้นผิว เหมาะกับสีผมโทนน้ำตาลที่มีสีแดงเจือปน เช่น สีน้ำตาลทอง สีน้ำตาลแดง สีน้ำตาลเข้มอมแดง เป็นต้น
  • อันเดอร์โทนชมพู (Cool Undertone) ผิวโทนนี้จะมีสีชมพู หรือฟ้าเป็นสีพื้นผิว เหมาะกับสีผมโทนบลอนด์ เทา หรือสีน้ำตาลประกายทอง เป็นต้
  • อันเดอร์โทนธรรมชาติ (Neutral Undertone) ซึ่งจะมีลักษณะผสมผสานระหว่างอันเดอร์โทนเหลือง และอันเดอร์โทนชมพู เหมาะกับสีผมโทนน้ำตาลกลาง ๆ หรือสีน้ำตาลประกายแดง

นอกจากการเลือกสีผมให้เหมาะกับอันเดอร์โทนผิวแล้ว ยังสามารถพิจารณาจากปัจจัยอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ เช่น

  • สีตา: คนที่มีตาสีฟ้าหรือเขียว เหมาะกับสีผมโทนเย็น เช่น สีบลอนด์ เทา หรือสีน้ำตาลประกายทอง
  • สีเล็บ: คนที่มีเล็บสีชมพูอ่อน เหมาะกับสีผมโทนเย็น
  • สีเสื้อผ้าที่ใส่บ่อย: หากชอบใส่เสื้อผ้าโทนสีเย็น ก็สามารถย้อมผมโทนสีโทนเย็นได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การเลือกสีผมนั้นขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลเป็นหลัก หากชอบสีผมแบบไหนก็สามารถทำได้เลย แต่หากต้องการเลือกสีผมที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด ก็ควรพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ข้างต้นประกอบกันไปด้วย

การย้อมผมที่ถูกต้อง มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ?

หลังจากตัดสินใจว่าจะเลือกสีย้อมผมยี่ห้อไหนดีแล้ว ควรทำตามขั้นตอนในการย้อมผมอย่างถูกต้อง เพื่อให้ได้สีผมที่สวย และติดทนนาน โดยมีวิธีการ ดังนี้

  1. สระผมให้สะอาด แล้วเป่าผมให้แห้ง
  2. ผสมสีย้อมผม และดีเวลลอปเปอร์ ตามอัตราส่วนที่กำหนด
  3. ทาสีย้อมผมลงบนเส้นผม โดยเริ่มจากบริเวณโคนผมก่อน
  4. ทิ้งไว้ตามระยะเวลาที่กำหนด
  5. ล้างออกด้วยน้ำสะอาด
  6. บำรุงผมด้วยทรีตเมนต์ หรือน้ำมันบำรุงผม

เคล็ดลับทำสีผมอย่างไร ให้สีติดทนนาน ?

  • สระผมหลังทำสีผม 2-3 วัน เพราะการสระผมทันทีหลังทำสีผม อาจทำให้สีผมหลุดลอกได้ง่าย เนื่องจากสารเคมีในยาย้อมผมยังไม่ทันได้เซ็ตตัว จึงควรรออย่างน้อย 2-3 วัน เพื่อให้สีผมเซ็ตตัวก่อนจึงค่อยสระผม
  • ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผมทำสีโดยเฉพาะ เพราะมักมีส่วนผสมที่ช่วยบำรุงเส้นผม และรักษาสีผมให้ติดทนนาน จึงควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ แทนผลิตภัณฑ์ทั่ว ๆ ไป
  • ไม่ควรสระผมบ่อย เพราะการสระผมบ่อย ๆ อาจทำให้สีผมจางลงได้เร็วกว่าการสระผม แบบวันเว้นวัน จึงควรสระผม 2-3 วันต่อสัปดาห์ เพื่อให้สีผมติดทนนาน
  • สระผมด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ เพราะการสระผมด้วยน้ำอุ่น หรือน้ำร้อนอาจทำให้สีผมจางลงได้ง่ายกว่า จึงควรใช้น้ำในอุณหภูมิปกติ
  • งดใช้ความร้อนกับเส้นผม เพราะความร้อนจากไดร์เป่าผม เตารีดไฟฟ้า และเครื่องหนีบผมอาจทำให้สีผมจางลงได้เร็วขึ้น จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนกับผมให้มากที่สุด
  • บำรุงผมด้วยทรีทเม้นท์อย่างสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงการโดนแดดจัด

บทส่งท้าย

สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจว่าจะซื้อสีย้อมผมยี่ห้อไหนดีนั้น ต้องพิจารณาหลายปัจจัยประกอบกันไป ไม่ว่าจะเป็น โทนสีผมที่ต้องการ สภาพเส้นผม เกรดยาย้อมผม และงบประมาณที่คุณมี และควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่สามารถมั่นใจได้ว่ามีความปลอดภัยต่อร่างกายของคุณ

หากต้องการเลือกซื้อสีย้อมผมที่มีคุณภาพดี และไม่ทำให้ผมเสีย ควรเลือกสีย้อมผมที่มีส่วนผสมของสารบำรุงผม เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันอาร์แกน หรือวิตามินอี นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ต้องพิจารณาในการเลือกซื้อ เช่น รูปแบบของสีย้อมผม (ครีม โฟม มูส ฯลฯ) ระยะเวลาในการย้อมผม (ถาวรหรือกึ่งถาวร) และระดับความเข้มของสี (อ่อน ปานกลาง เข้ม)

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือควรอ่านฉลากผลิตภัณฑ์ให้ละเอียด และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ก่อนเริ่มทำสีผม เพื่อหลีกเลี่ยงอาการแพ้หรือระคายเคือง ควรทดสอบอาการแพ้ โดยทายาย้อมผมที่บริเวณท้องแขนทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง หากไม่มีอาการแพ้ก็สามารถทำสีผมได้ตามปกติ

by FirstPrice Official

เว็บไซต์แนะนำสินค้า ราคาโดนใจ

แนะนำสำหรับคุณ