หมวดหมู่
บทความล่าสุด
สมัครงาน

5 อันดับ ลู่วิ่งไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี ? ใช้งานง่าย ราคาไม่แพง

5 อันดับ ลู่วิ่งไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี ? ใช้งานง่าย ราคาไม่แพง

“ลู่วิ่งไฟฟ้า” คืออุปกรณ์ออกกำลังกาย ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตคนเมืองได้เป็นอย่างดี ลู่วิ่งไฟฟ้าจึงได้กลายเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้สามารถออกกำลังกายได้โดยไม่ต้องออกไปวิ่งข้างนอก ยิ่งในช่วงที่อากาศมีฝุ่นและมลภาวะมากมาย

ลู่วิ่งไฟฟ้านั้นมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ให้สามารถเลือกได้ตามความเหมาะสม และความต้องการ รวมถึงงบประมาณของแต่ละบุคคล ในบทความนี้ FirstPrice จะมาแนะนำ 5 อันดับ ลู่วิ่งไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี ? ใช้งานง่าย ราคาไม่แพง และจะมียี่ห้อไหนบ้างนั้น ไปดูกันเลย

1. Amazfit Airrun Smart Treadmill

2344-Treadmill-1

ลู่วิ่งไฟฟ้า Amazfit Airrun Smart Treadmill ถือเป็น 1 ในลู่วิ่งไฟฟ้า ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศไทย ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่าย ขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป สามารถติดตั้งภายในบ้านหรือคอนโดได้ ไม่เกะกะ มาพร้อมกับคุณสมบัติการใช้งานที่ครบครัน และยังมีราคาที่ย่อมเยาว์ จึงทำให้ลู่วิ่งไฟฟ้ารุ่นนี้ กลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมของใครหลาย ๆ คน

โดยจุดเด่นของลู่วิ่งไฟฟ้ารุ่นนี้ มีดังนี้:

  • ดีไซน์เรียบง่าย ติดตั้งง่าย พับเก็บได้สะดวก
  • รองรับน้ำหนักได้สูงสุด 100 กิโลกรัม
  • หน้าจอแสดงผล LED สำหรับแสดงข้อมูลการออกกำลังกาย
  • พร้อมลำโพง JBL ให้เสียงที่คมชัด
  • ปรับความเร็วได้สูงสุด 15 กิโลเมตร/ชั่วโมง
  • ระบบดูดซับแรงกระแทก Shock Absorption 8 ตัว

2. FITEX R500

2344-Treadmill-2

ลู่วิ่งไฟฟ้า FITEX R500 เป็นลู่วิ่งที่เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาลู่วิ่งไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี ที่จะเหมาะสมมากที่สุดในการใช้เพื่อวิ่งลดน้ำหนัก สามารถรองรับน้ำหนักสูงสุด 150 กิโลกรัม โดยเครื่องวิ่งไฟฟ้ารุ่นนี้ มีคุณสมบัติที่ตอบโจทย์การใช้งานเป็นอย่างมาก

โดยจุดเด่นของลู่วิ่งไฟฟ้ารุ่นนี้ มีดังนี้:

  • มอเตอร์ 4.5 แรงม้า ปรับความเร็ว และระดับความชันได้ จึงสามารถวิ่งได้หลากหลายระดับความเร็ว และระดับความยาก ที่จะช่วยให้เผาผลาญแคลอรี่ได้มากยิ่งขึ้น
  • ระบบรองรับแรงกระแทก แบบ Air Cushioning ที่ช่วยลดแรงกระแทก จากการวิ่งลงสู่ข้อต่อและกระดูกสันหลัง ช่วยลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บ
  • หน้าจอ LCD แสดงข้อมูลการออกกำลังกายอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็น ความเร็ว ระยะทาง แคลอรี่ที่เผาผลาญ อัตราการเต้นของหัวใจ เป็นต้น ช่วยให้สามารถติดตามผลการออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • พร้อมโปรแกรมออกกำลังกายหลากหลายถึง 12 โปรแกรม ช่วยให้ออกกำลังกายได้อย่างสนุกสนาน และมีความท้าทาย
  • มีระบบระบายความร้อน ช่วยให้เครื่องไม่ร้อนจนเกินไป ในขณะกำลังใช้งาน
  • มีระบบความปลอดภัยต่าง ๆ เช่น ปุ่มหยุดฉุกเฉิน และสายรัดข้อเท้า ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในขณะกำลังออกกำลังกาย

3. Thai Sun Sport

2344-Treadmill-3

ลู่วิ่งไฟฟ้า Thai Sun Sport เป็นลู่วิ่งไฟฟ้า 2 แรงม้า ที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถรองรับน้ำหนักได้ 100 กิโลกรัม สำหรับผู้ที่กำลังมองหาลู่วิ่งไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี ที่จะเหมาะสำหรับผู้ที่ใช้งานในระดับกลางถึงหนัก และมีฟังก์ชันเสริมที่ช่วยให้การออกกำลังกายของคุณสนุกสนานมากขึ้น

โดยจุดเด่นของลู่วิ่งไฟฟ้ารุ่นนี้ มีดังนี้:

  • ปรับความเร็วได้ตั้งแต่ 0.8-12 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และปรับความชันได้ 3 ระดับ ช่วยให้สามารถออกกำลังกายได้อย่างหลากหลาย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • มีหน้าจอ LED ขนาดใหญ่แสดงผลข้อมูลต่าง ๆ ที่จำเป็นในการออกกำลังกาย เช่น ความเร็ว ระยะทาง เวลา แคลอรี่ และชีพจร
  • มีลำโพงในตัว ช่วยให้สามารถฟังเพลง  ในขณะออกกำลังกาย
  • มีที่วัดชีพจร เพื่อติดตามอัตราการเต้นของหัวใจ ในขณะกำลังออกกำลังกาย
  • ผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง แข็งแรงทนทาน โครงสร้างทำจากเหล็กอย่างดี แผ่นกระดานมีความหนาแน่นสูง ดูดซับแรงกระแทกได้ดี ช่วยให้การออกกำลังกาย ไม่ปวดเข่าและขา
  • สามารถพับเก็บได้ ช่วยให้ประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บ มาพร้อมล้อลากในตัว ช่วยให้เคลื่อนย้ายได้ง่ายยิ่งขึ้น

4. Keep Going Max 2.0

2344-Treadmill-4

ลู่วิ่งไฟฟ้า Keep Going Max 2.0 เป็นลู่วิ่งไฟฟ้าที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการออกกำลังกายที่บ้านหรือคอนโดที่มีขนาดพื้นที่ใช้สอยไม่มากนัก รองรับน้ำหนักสูงสุด 120 กิโลกรัม โดยจะเน้นไปที่ความคุ้มค่า และฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน ถือเป็นหนึ่งในลู่วิ่งไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย ด้วยราคาที่ย่อมเยาว์ และคุณสมบัติที่ครบครัน

โดยจุดเด่นของลู่วิ่งไฟฟ้ารุ่นนี้ มีดังนี้:

  • สามารถปรับความชันได้ 3 ระดับ
  • สามารถปรับความเร็วสูงสุด 12 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • พับเก็บได้ ช่วยประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บ
  • มีลำโพงคู่ ช่วยให้สามารถฟังเพลงได้ในระหว่างวิ่งออกกำลังกาย
  • มีระบบช่วยลดแรงกระแทกของหัวเข่า และสะโพก
  • มี Safety Key สำหรับหยุดฉุกเฉิน ช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุได้
  • มีล้อเลื่อน เพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายลู่วิ่ง

5. Yingerjian

2344-Treadmill-5

ลู่วิ่งไฟฟ้า Yingerjian เป็นลู่วิ่งไฟฟ้าที่ถึงแม้จะมีลู่วิ่งมีขนาดใหญ่ แต่ก็ยังสามารถพับเก็บได้ ถือเป็นเครื่องวิ่งออกกำลังกาย ที่มีคุณสมบัติที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจว่าจะซื้อลู่วิ่งไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี

โดยจุดเด่นของลู่วิ่งไฟฟ้ารุ่นนี้ มีดังนี้:
  • มีความโดดเด่นด้วยมอเตอร์ระดับ 3.5 แรงม้าที่มีความเสถียรสูง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการการฝึกซ้อมการวิ่งแบบมาราธอน และการออกกำลังกายทั่วไป
  • สายพานรูปเพชร ที่สามารถช่วยลดอุบัติเหตุในขณะที่กำลังใช้งาน
  • ขนาดลู่กว้าง ทำให้สามารถวิ่งได้สบาย
  • สามารถปรับระดับยากได้ตามต้องการ
  • มีลำโพง ที่สามารถเชื่อมต่อกับบลูทูธได้ สามารถฟังเพลงในขณะออกกำลังกาย
  • มีหูหิ้ว เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเคลื่อนย้ายลู่วิ่ง
2344-Treadmill-6

ซื้อลู่วิ่งไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี ?

หากอยากซื้อลู่วิ่งไฟฟ้า มาไว้สำหรับออกกำลังกายสักเครื่อง สามารถพิจารณาเลือกซื้อได้ ดังนี้

ขนาดสายพาน

ขนาดสายพานของลู่วิ่งไฟฟ้า มีความสำคัญต่อการใช้งาน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่จะต้องยืนหรือวิ่งบนสายพาน จึงควรเลือกขนาดสายพานให้เหมาะกับขนาดร่างกายของผู้ใช้งาน

โดยทั่วไปแล้วสายพานของลู่วิ่งไฟฟ้า จะมีขนาดกว้างประมาณ 45-50 เซนติเมตร เหมาะสำหรับผู้ที่มีขนาดร่างกายปกติ หากผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก หรือมีช่วงขายาว ควรเลือกสายพานที่มีขนาดกว้างกว่านี้ เพื่อให้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับการวิ่ง หรือเดินออกกำลังกายได้อย่างสะดวกสบาย และมีความมั่นคง

2344-Treadmill-7

ความเร็วสูงสุด

ความเร็วสูงสุดของลู่วิ่งไฟฟ้า จะมีความแตกต่างกันออกไป โดยขึ้นอยู่กับกำลังขับของมอเตอร์ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วนั้ ลู่วิ่งไฟฟ้ามักจะมีความเร็วสูงสุดตั้งแต่ 12-22 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยระดับความเร็ว มีความเหมาะสมที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • ความเร็วสูงสุด 12-15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นออกกำลังกาย 
  • ความเร็วสูงสุด 16-20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการออกกำลังกายแบบเข้มข้น
  • ความเร็วสูงสุด 22 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เหมาะสำหรับนักกีฬา

ควรเลือกความเร็วสูงสุดของลู่วิ่งไฟฟ้าให้เหมาะกับตนเอง โดยควรเริ่มออกกำลังกายด้วยความเร็วที่ต่ำ ๆ ก่อน แล้วจึงค่อย ๆ เพิ่มความเร็วขึ้นตามลำดับ เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บได้

ความชัน

ลู่วิ่งไฟฟ้าบางรุ่น จะสามารถปรับความชันได้ โดยระดับความชันของลู่วิ่งไฟฟ้านั้น จะส่งผลต่อระดับความยากของการออกกำลังกายด้วย ยิ่งถ้ามีความชันสูง การออกกำลังกายก็จะยิ่งยากขึ้นไปด้วย และความชันของลู่วิ่งไฟฟ้า จะวัดเป็นเปอร์เซ็นต์ โดยปกติแล้วลู่วิ่งไฟฟ้าสามารถปรับความชันได้ตั้งแต่ 0% ไปจนถึง 30% หรือมากกว่านั้น และแต่ลู่วิ่งแต่ละรุ่น

สามารถเลือกปรับความชันของลู่วิ่งไฟฟ้า ได้ตามความต้องการ โดยหากต้องการเพิ่มความท้าทายในการออกกำลังกาย ก็สามารถปรับความชันของลู่วิ่งไฟฟ้าให้สูงขึ้นได้

ตัวอย่างความชันของลู่วิ่งไฟฟ้าที่เหมาะสมกับการใช้งาน:

  • สำหรับผู้ที่เริ่มต้นออกกำลังกาย ควรปรับความชัน 0-5%
  • สำหรับผู้ที่ต้องการออกกำลังกายแบบเข้มข้น ควรปรับความชัน 5-15%
  • สำหรับนักกีฬา ควรปรับความชัน 15-30% หรือมากกว่านั้นได้
2344-Treadmill-8

 

ฟังก์ชันเสริม

การเลือกฟังก์ชันเสริมของลู่วิ่งไฟฟ้า ให้มีความเหมาะกับความต้องการ และสไตล์การออกกำลังกายของตัวเอง โดยฟังก์ชันเสริมของลู่วิ่งไฟฟ้า ที่สามารถพบได้บ่อย มีดังนี้:

  • มีหน้าจอแสดงผล แสดงข้อมูลต่าง ๆ ในขณะที่ออกกำลังกาย เช่น ความเร็ว ระยะทาง อัตราการเต้นของหัวใจ แคลอรี่ที่เผาผลาญ เป็นต้น
  • มีโปรแกรมออกกำลังกายอัตโนมัติ ที่ตั้งค่าไว้ล่วงหน้า โดยสามารถปรับระดับความยากได้ตามต้องการ
  • มีลำโพงในตัว ช่วยให้สามารถฟังเพลง หรือรับชมวีดีโอในขณะออกกำลังกาย
  • มีพอร์ต USB สำหรับชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น โทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ต
  • มีช่องสำหรับใส่ขวดน้ำดื่ม ในขณะออกกำลังกาย
  • มีปุ่ม Safety Key เพื่อหยุดเครื่องฉุกเฉิน ป้องกันอุบัติเหตุขณะออกกำลังกาย
  • มีระบบความลาดชัน ปรับความชันของลู่วิ่งได้
  • มีระบบรองรับน้ำหนัก และแรงกระแทก เพื่อป้องกันการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย

ทั้งนี้ การเลือกฟังก์ชันเสริมของลู่วิ่งไฟฟ้า ควรพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ข้างต้น เพื่อให้ได้ลู่วิ่งไฟฟ้าที่เหมาะสมกับความต้องการ และการใช้งานมากที่สุด

2344-Treadmill-9

ลู่วิ่งไฟฟ้า มีประโยชน์อย่างไรบ้าง ?

ลู่วิ่งไฟฟ้า ถือเป็นอุกรณ์ออกกำลังกายที่มีประโยชน์มากมายหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น

  • ความสะดวก เพราะสามารถออกกำลังกายได้ที่บ้าน โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง
  • ช่วยลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บได้ เพราะลู่วิ่งไฟฟ้ามีระบบรองรับแรงกระแทก ช่วยลดแรงกระแทกที่ข้อเข่า และข้อต่อต่าง ๆ ได้
  • สามารถออกกำลังกายได้หลากหลายรูปแบบ เพราะลู่วิ่งไฟฟ้าสามารถปรับความเร็ว ความชัน และโปรแกรมการออกกำลังกายได้อย่างหลากหลาย ช่วยให้สามารถออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

และลู่วิ่งไฟฟ้ายังช่วยส่งเสริมสุขภาพในด้านต่าง ๆ ดังนี้

  • ช่วยลดน้ำหนัก และลดไขมันส่วนเกิน
  • ช่วยให้หัวใจแข็งแรง
  • ช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น
  • ช่วยลดความเสี่ยง ในการเกิดโรคหัวใจ
  • ช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง
  • ช่วยให้กระดูก และข้อแข็งแรง

บทส่งท้าย

การเลือกซื้อลู่วิ่งไฟฟ้าเป็นทางเลือกที่ดี สำหรับผู้ที่ต้องการออกกำลังกายเป็นประจำ หวังว่าในบทความนี้ จะเป็นประโยชน์กับใครที่กำลังตัดสินใจว่าจะซื้อลู่วิ่งไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี ให้ได้เลือกซื้อเครื่องวิ่งออกกำลังกายที่มีความเหมาะสมกับการใช้งานของตัวเอง รวมถึงงบประมาณที่เตรียมไว้

และมีสุขภาพที่แข็งแรงไปด้วยกัน เพราะการออกกำลังกาย มีความสำคัญอย่างมาก กับคนทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นใครก็ควรหมั่นออกกำลังกาย เพื่อรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอย่างสม่ำเสมอ

by FirstPrice Official

เว็บไซต์แนะนำสินค้า ราคาโดนใจ

แนะนำสำหรับคุณ