หมวดหมู่
บทความล่าสุด
สมัครงาน

5 อันดับ ยาแก้ร้อนใน ยี่ห้อไหนดี ? แผลหายเร็ว ควรมีไว้ติดบ้าน

5 อันดับ ยาแก้ร้อนใน ยี่ห้อไหนดี ? แผลหายเร็ว ควรมีไว้ติดบ้าน

“ยาแก้ร้อนใน” ยาที่ใช้เพื่อรักษาแผลร้อนในในช่องปาก โดยทั่วไปแล้วแผลร้อนในจะหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่หากมีอาการเจ็บปวดมาก หรือแผลมีขนาดใหญ่ อาจจะต้องใช้ยาช่วยบรรเทาอาการได้ เราเข้าใจดีว่าการเป็นร้อนใน ถือว่าเป็นโรคที่ทำให้เกิดความรำคาญใจไม่ใช่น้อย การจะกินของอร่อย ๆ อาหารรสจัด ก็กินไม่ได้ การจะหายเองก็ใช้เวลานาน

ในบทความนี้ FirstPrice จะมาแนะนำ 5 อันดับ ยาแก้ร้อนใน ยี่ห้อไหนดี ? แผลหายเร็ว ควรมีไว้ติดบ้าน เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง และหายจากอาการร้อนในได้อย่างรวดเร็วโดยจะมียาแก้ร้อนใน ยี่ห้อไหนดีบ้างนั้น ไปดูกันเลย

1. Dentiste’ Oral Rinse

2601-Mount-1

น้ำยาบ้วนปาก Dentiste’ Oral Rinse เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของสารสกัดจากสมุนไพรหลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพช่องปาก โดยเฉพาะสารสกัดจากดอกคาร์โมมายด์ และชะเอม ที่มีคุณสมบัติช่วยรักษาแผลในช่องปากได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดอกคาร์โมมายด์ มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ และต้านเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดและอักเสบของแผลในช่องปากได้ ส่วนชะเอมมีฤทธิ์ช่วยเคลือบแผลและลดการระคายเคือง ซึ่งสามารถช่วยให้แผลในช่องปากหายเร็วขึ้น

แต่อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของน้ำยาบ้วนปากในการช่วยรักษาแผลร้อนในนั้นอาจจะยังไม่สามารถเทียบเท่ายาแก้ร้อนในแบบอื่น ๆ ได้ เพราะไม่ได้มีส่วนผสมของสารออกฤทธิ์ที่มีฤทธิ์โดยตรงในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และลดการอักเสบของแผล เช่น สเตียรอยด์ ไดคลอโรไฮดรอกซิแอเซติก แอซิด (DCHAA) หรือแอลกอฮอล์

จึงถือเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการรักษาแผลร้อนใน ในกรณีที่แผลไม่รุนแรงมากนัก หรือในกรณีที่ต้องการบรรเทาอาการปวด และอักเสบของแผลร้อนในเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม หากแผลร้อนในมีอาการรุนแรงหรือปวดมาก ควรปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม

2. Dr.Pong Bee Propolis Supermint

2601-Mount-2

Dr.Pong Bee Propolis Supermint Mouth Spray เป็นสเปรย์สำหรับช่องปาก และลำคอ ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนในการดูแลสุขภาพช่องปากและลำคอ เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการเจ็บคอ คออักเสบ เสียงแหบ ระคายเคืองช่องปาก แผลในปาก กลิ่นปาก เป็นต้น

โดยส่วนผสมหลักของผลิตภัณฑ์นี้ ได้แก่:

  • สารสกัดโพรโพลิส มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ต้านเชื้อแบคทีเรีย และต้านไวรัส ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ คออักเสบ และลดการสะสมของแบคทีเรียในช่องปาก
  • ไซโคลเด็กซ์ทริน มีคุณสมบัติเป็นสารลดแรงตึงผิว ช่วยละลายเสมหะและบรรเทาอาการระคายเคืองช่องปาก
  • สารซิทิวไพริดิเนียมคลอไรด์ มีคุณสมบัติฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา ช่วยป้องกันการติดเชื้อในช่องปาก
  • สารสกัดดอกคาโมมายล์ มีคุณสมบัติต้านการอักเสบและต้านการแพ้ ช่วยบรรเทาอาการระคายเคืองช่องปาก
  • ซูเปอร์มินต์ มีคุณสมบัติช่วยระงับกลิ่นปาก
  • ทีทรีออยล์ มีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรียและต้านไวรัส ช่วยป้องกันการติดเชื้อในช่องปาก

นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ยังปราศจากส่วนผสมของน้ำตาล สเตียรอยด์ และแอนตี้ไบโอติก จึงสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัยและต่อเนื่อง

3. Propoliz Mouth Spray

2601-Mount-3

Propoliz Mouth Spray เป็นผลิตภัณฑ์สเปรย์จากธรรมชาติที่มีส่วนผสมหลักเป็นสารสกัดสแตนดาร์ดไดซ์โพรโพลิส (Standardized Propoliz extract) ซึ่งได้ผ่านการวิจัย และพัฒนาจนได้ปริมาณสารสำคัญที่สูงกว่าโพรโพลิสทั่วไปถึง 10 เท่า จึงทำให้มีประสิทธิภาพในการต้านเชื้อจุลชีพทั้งเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และไวรัสต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ยังมีส่วนผสมของน้ำผึ้งแท้จากธรรมชาติ เปปเปอร์มินต์ สเปียร์มินต์ และเมนทอล ซึ่งช่วยเพิ่มความหวาน ความรู้สึกเย็นสดชื่น และช่วยลดอาการระคายเคืองในช่องปาก และลำคอได้เป็นอย่างดี

สามารถใช้ได้บ่อยเท่าที่ต้องการ โดยฉีดพ่นสเปรย์ภายในช่องปากและลำคอ 2-3 ครั้ง เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการเจ็บคอ ระคายคอ เสียงแหบ แผลร้อนใน ปวดฟัน เหงือกอักเสบ เป็นต้น แต่ในผู้ที่แพ้เกสรดอกไม้ หรือผลิตภัณท์จากรังผึ้ง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์

4. Himalaya Hiora-SG

2601-Mount-4

Himalaya Hiora-SG เป็นเจลที่มีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดที่เกิดจากแผลร้อนใน การปวดฟัน หรือความรู้สึกระคายเคืองจากการใช้ฟันปลอม โดยทาเจลเล็กน้อยบนปลายนิ้ว แล้วทาเบา ๆ ให้ทั่วบริเวณที่ได้รับผลกระทบ และใช้ซ้ำ 3-5 ครั้งหลังรับประทานอาหาร

ข้อดีของ Himalaya Hiora-SG ได้แก่:

  • สามารถใช้ทาแผลในปากได้ตรงจุด ไม่หลุดง่ายเหมือนแผ่นแปะ
  • มีส่วนประกอบจากธรรมชาติ ปลอดภัยต่อสุขภาพ
  • มีราคาไม่แพง

Himalaya Hiora-SG เป็นยาแก้ร้อนในในรูปแบบเจลทาแผลในปากที่มีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการเจ็บปวดจากแผลร้อนใน การปวดฟันหรือความรู้สึกระคายเคืองจากการใช้ฟันปลอม มีส่วนประกอบจากธรรมชาติ ที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ ขอแนะนำสำหรับใครที่กำลังตัดสินใจว่าจะซื้อยาแก้ร้อนใน ยี่ห้อไหนดี ไว้เป็นทางเลือกในการตัดสินใจ

5. TIME Oral Ulcer Patch

2601-Mount-5

แผ่นแปะแผลร้อนใน TIME Oral Ulcer Patch เป็นแผ่นแปะชนิดพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวด และเร่งให้แผลร้อนในหายเร็วขึ้น แผ่นแปะนี้ผลิตจากวัสดุที่อ่อนนุ่มและยืดหยุ่น ออกแบบมาให้แนบสนิทกับแผลในปาก ไม่หลุดง่าย ตัวแผ่นแปะประกอบด้วยส่วนผสมที่ช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวด ต้านการอักเสบ และช่วยสมานแผล

โดยส่วนผสมหลักของแผ่นแปะ ได้แก่

  • Hyaluron Acid สารที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับแผล ให้แผลหายเร็วขึ้น
  • Chlorhexidine Gluconate สารต้านการอักเสบและฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
  • Polyvinyl Alcohol สารที่ช่วยยึดติดแผ่นแปะกับแผลในปาก

สามารถใช้ได้กับแผลร้อนในทุกชนิด โดยควรแปะแผ่นแปะบนแผลร้อนในทันทีที่มีอาการ แผ่นแปะจะค่อย ๆ ละลายไปเองภายใน 12 ชั่วโมง สามารถใช้แผ่นแปะได้วันละ 1 ครั้ง โดยไม่ต้องใช้น้ำยาบ้วนปากหรือยาอม และสามารถบรรเทาอาการเจ็บปวดจากแผลร้อนในได้ภายใน 1 ชั่วโมง และช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นประมาณ 1-2 วัน เมื่อเทียบกับการรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ

2601-Mount-6

เลือกยาแก้ร้อนใน ยี่ห้อไหนดี ต้องพิจารณาอะไรบ้าง ?

หากต้องการเลือกซื้อยาแก้ร้อนใน แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกยาแก้ร้อนใน ยี่ห้อไหนดี ควรพิจารณาตามปัจจัย ดังต่อไปนี้

ประเภทของยาแก้ร้อนใน

ยาแก้ร้อนใน มีจำหน่ายตามร้านขายยาทั่วไป โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ

  • ยาป้ายปาก ออกฤทธิ์โดยการเคลือบแผลร้อนใน ลดการเสียดสี และอาการเจ็บปวด มักประกอบด้วยยาชาเฉพาะที่ เช่น เบนโซเคน (Benzocaine) ลิโดเคน (Lidocaine) หรือยาสเตียรอยด์ความแรงต่ำ เช่น ไตรแอมซิโนโลน (Triamcinolone) ฟลูโอซิโนไนด์ (Fluocinonide)
  • ยารับประทาน ออกฤทธิ์โดยการลดการอักเสบ และกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ มักประกอบด้วยยาแก้อักเสบชนิดไม่มีสเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) นาพรอกเซน (Naproxen) หรือยาสเตียรอยด์ความแรงต่ำ เช่น เพรดนิโซโลน (Prednisolone)

นอกจากนี้ ยังมียาแก้ร้อนในในรูปแบบอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น ยาเม็ดอม ยาสเปรย์ น้ำยาบ้วนปาก เป็นต้น ซึ่งแต่ละชนิดจะมีสรรพคุณ และวิธีใช้ที่แตกต่างกันไป สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจว่าจะซื้อยาแก้ร้อนใน ยี่ห้อไหนดี สามารถลองเลือกจากรูปแบบที่ต้องการก็ได้เช่นกัน

2601-Mount-7

ลักษณะของแผลร้อนใน

ลักษณะของแผลร้อนใน แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ตามระยะเวลาการเกิด คือ

แผลร้อนในชนิดเฉียบพลัน (Acute Aphthous Ulcers) เป็นแผลร้อนในที่เกิดขึ้นแบบไม่บ่อยครั้ง โดยมักมีขนาดไม่เกิน 1 เซนติเมตร และหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ มักพบในเด็กและผู้ใหญ่วัยทำงาน สาเหตุของแผลร้อนในชนิดเฉียบพลันยังไม่ทราบแน่ชัด แต่อาจเกิดจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น

  • การติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น เชื้อ Streptococcus Mutans
  • การติดเชื้อไวรัส เช่น เชื้อ Herpes Simplex Virus (HSV)
  • การแพ้อาหารหรือยา
  • ขาดวิตามิน หรือแร่ธาตุบางชนิด เช่น วิตามินบี 12 ธาตุเหล็ก ธาตุสังกะสี
  • ความเครียด

แผลร้อนในชนิดเรื้อรัง (Chronic Aphthous Ulcers) เป็นแผลร้อนในที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยมักมีขนาดมากกว่า 1 เซนติเมตร และหายได้เองภายใน 2-3 สัปดาห์ มักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย สาเหตุของแผลร้อนในชนิดเรื้อรัง ที่ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่อาจเกิดจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น

  • พันธุกรรม
  • โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • ความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน
  • โรคบางชนิด เช่น โรคโครห์น โรคลูปัส

โดยลักษณะทั่วไปของแผลร้อนใน ไม่ว่าจะชนิดเฉียบพลัน หรือเรื้อรัง มักมีลักษณะ ดังนี้

  • เป็นแผลเปื่อยสีเหลืองหรือขาว ขอบแผลมีสีแดง
  • มักพบในบริเวณเนื้อเยื่ออ่อนในช่องปาก เช่น ริมฝีปากด้านใน กระพุ้งแก้ม เหงือก ลิ้น เพดานปาก
  • มีอาการเจ็บปวดมาก โดยเฉพาะเวลารับประทานอาหาร หรือพูดคุย
2601-Mount-8

อาการปวด

อาการปวดของแผลร้อนในนั้นแตกต่างกันไปตามหลายปัจจัย เช่น ชนิดของแผลร้อนใน ขนาดของแผลร้อนใน ตำแหน่งของแผลร้อนใน และปัจจัยส่วนบุคคล เช่น ระดับความไวต่อความเจ็บปวดของแต่ละบุคคล

โดยทั่วไปแล้ว แผลร้อนในชนิดหลัก ๆ มีอยู่ 2 ชนิด คือ

  • แผลร้อนในแบบธรรมดา (Minor aphthous ulcers) เป็นแผลร้อนในที่พบได้บ่อยที่สุด มักมีขนาดไม่เกิน 1 เซนติเมตร มีอาการปวดเล็กน้อยถึงปานกลาง มักหายได้เองภายใน 2 สัปดาห์
  • แผลร้อนในชนิดใหญ่ (Major aphthous ulcers) เป็นแผลร้อนในที่มีขนาดใหญ่กว่าแผลร้อนในแบบธรรมดา มักมีขนาดตั้งแต่ 1-3 เซนติเมตร มีอาการปวดมาก อาจใช้เวลานานกว่า 2 สัปดาห์กว่าจะหาย

นอกจากนี้ แผลร้อนในบางชนิดอาจมีอาการปวดน้อย หรือไม่มีอาการปวดเลย เช่น แผลร้อนในจากการติดเชื้อรา แผลร้อนในจากการติดเชื้อแบคทีเรีย หรือแผลร้อนในจากโรคบางชนิด เช่น โรคธาลัสซีเมีย โรคลูปัส โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง เป็นต้น

หากต้องการเลือกยาแก้ร้อนในที่มีฤทธิ์บรรเทาอาการปวด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา

ระยะเวลาในการหายของแผลร้อนใน

ระยะเวลาในการหายของแผลร้อนในขึ้นอยู่กับชนิดของแผลร้อนใน โดยแผลร้อนในชนิดเฉียบพลัน มักพบบ่อยที่สุด มีลักษณะเป็นตุ่มสีขาว หรือสีแดง มักพบบริเวณริมฝีปาก เหงือก ลิ้น หรือกระพุ้งแก้ม มีขนาดประมาณ 0.5 – 1 เซนติเมตร มีอาการเจ็บปวดเล็กน้อย และแผลสามารถหายได้เองภายใน 7-10 วัน

ส่วนแผลร้อนในชนิดเรื้อรัง มักพบได้น้อยกว่า มีลักษณะเป็นตุ่มขนาดใหญ่กว่าแผลร้อนในชนิดเฉียบพลัน มีอาการเจ็บปวดมากกว่า และใช้เวลาในการหายนานกว่า 2-3 สัปดาห์ หรืออาจนานหลายเดือน

โดยยาแก้ร้อนในบางชนิดสามารถช่วยให้แผลร้อนในหายเร็วขึ้นได้ เช่น ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดที่ใช้ภายนอก เช่น Benzydamine ยาชาเฉพาะที่ เช่น Lidocaine ยาต้านจุลชีพ เช่น Clindamycin หรือยาต้านเชื้อรา เช่น Nystatin

นอกจากการรักษาด้วยยาแล้ว การดูแลตนเองที่เหมาะสมก็จะช่วยให้แผลร้อนในหายเร็วขึ้นได้ โดยควรแปรงฟันและบ้วนปากอย่างอ่อนโยน หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรสจัด เผ็ด หรือเปรี้ยว และดื่มน้ำให้เพียงพอ

ผลข้างเคียง

ยาแก้ร้อนในบางชนิดอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ ขึ้นอยู่กับชนิดของยาและปริมาณที่ใช้ ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • ระคายเคืองบริเวณปาก ปากแห้ง ปวดปาก
  • เวียนศีรษะ
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • แพ้ยา (อาจเกิดผื่น คัน บวม)
  • การใช้ยาติดต่อกันเป็นเวลานานอาจทำให้เยื่อบุช่องปากบางลงได้

ผู้ป่วยควรอ่านฉลากยาอย่างละเอียดก่อนใช้ยา เพื่อทราบถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น และปฏิบัติตามคำแนะนำในการใช้ยาอย่างเคร่งครัด หากพบอาการข้างเคียงใด ๆ ควรหยุดใช้ยาและปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

สำหรับผลข้างเคียงที่พบได้น้อย ได้แก่

  • การติดเชื้อ
  • เลือดออกในช่องปาก
  • มีปัญหาในการกลืนอาหาร
  • ปัญหาในการพูด
  • ปัญหาในการมองเห็น
  • ปัญหาในการได้ยิน

นอกจากนี้ ผู้ป่วยควรระมัดระวังในการเลือกใช้ยาแก้ร้อนใน โดยควรเลือกยาที่เหมาะกับอาการและอายุของตนเอง ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้ร้อนในในเด็กเล็ก และควรหยุดใช้ยาหากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์

2601-Mount-9

วิธีการใช้ยาแก้ร้อนใน ควรเลือกใช้อย่างไร ?

สำหรับวิธีใช้ยาแก้ร้อนใน ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ หรือเภสัชกรอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด โดยสำหรับยาแก้ร้อนในชนิดที่จำหน่ายตามร้านขายยาทั่วไป ส่วนใหญ่จะเป็นยาป้ายแก้ร้อนในในกลุ่มยาชาเฉพาะที่และยาสเตียรอยด์ โดยวิธีใช้โดยทั่วไป มีดังนี้

  • ล้างมือให้สะอาดก่อนใช้ยา
  • ทายาบริเวณแผลโดยตรง วันละ 4-6 ครั้ง
  • หากแผลร้อนในอยู่ลึกในปาก ให้ใช้สำลีชุบน้ำยาป้ายบริเวณแผล

ในกรณีที่เป็นร้อนในบ่อยครั้งหรือเป็นนานกว่าปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม

นอกจากการใช้ยาแล้ว ยังมีวิธีอื่นๆ ที่ช่วยบรรเทาอาการร้อนในได้ เช่น

  • ดื่มน้ำให้มากๆ เพื่อชดเชยน้ำที่สูญเสียไป
  • รับประทานอาหารอ่อนๆ เย็นๆ หลีกเลี่ยงอาหารรสจัดหรือเผ็ดร้อน
  • แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อทำความสะอาดช่องปากและฟัน
  • งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

การดูแลตัวเองด้วยวิธีเหล่านี้ จะช่วยให้อาการร้อนในทุเลาลงได้เร็วขึ้น

บทส่งท้าย

การรักษาแผลร้อนใน มักเป็นการรักษาตามอาการ โดยอาจใช้ยาทาหรือยารับประทานเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวด เช่น ยาปฏิชีวนะ ยาต้านไวรัส ยาลดการอักเสบ ยาแก้ปวด ในกรณีที่แผลร้อนในมีขนาดใหญ่หรือมีอาการรุนแรง อาจต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อขจัดแผลออก

การรักษาอาการร้อนในนั้นนอกเหนือจากยาแผนปัจจุบันแล้ว ยังมีการใช้สมุนไพรพื้นบ้านเพื่อรักษาร้อนใน เช่น ก้านพลู ใบฝรั่ง น้ำผึ้ง เกลือ เป็นต้น ซึ่งสมุนไพรเหล่านี้มีฤทธิ์ต้านการอักเสบและฆ่าเชื้อ ซึ่งอาจช่วยบรรเทาอาการของร้อนในได้ ถ้าหากใช้ยาแก้ร้อนในแล้วอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์ หรือมีไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน ควรไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด เพื่อรับการรักษาต่อไป

by FirstPrice Official

เว็บไซต์แนะนำสินค้า ราคาโดนใจ

แนะนำสำหรับคุณ