หมวดหมู่
บทความล่าสุด
สมัครงาน

5 อันดับ กิมจิ ยี่ห้อไหนอร่อย ? หาซื้อง่าย เหมือนได้กินที่เกาหลี

5 อันดับ กิมจิ ยี่ห้อไหนอร่อย ? หาซื้อง่าย เหมือนได้กินที่เกาหลี

“กิมจิ (김치)” อาหารประจำชาติเกาหลีที่โด่งดังไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย จากกระแสความนิยมในซีรีส์ และไอดอลเกาหลี ที่ส่งผลให้กิมจิกลายเป็นที่รู้จักและชื่นชอบมากขึ้น โดยคนไทยหลายคนเริ่มทานกิมจิเป็นประจำ เพราะนอกจากจะมีรสชาติเปรี้ยวเผ็ดกลมกล่อมถูกปากแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมายอีกเช่นกัน

หากใครที่กำลังตัดสินใจว่ากิมจิ ยี่ห้อไหนอร่อย ในบทความนี้ FirstPrice จะมาแนะนำสินค้า 5 อันดับ กิมจิ ยี่ห้อไหนอร่อย ? หาซื้อง่าย เหมือนได้กินที่เกาหลี โดยจะมีกิมจิยี่ห้อไหนที่น่ากินบ้างนั้น ไปดูกันเลย

1. กิมจิ Bibigo

2683-Kimchi-1

กิมจิ Bibigo เป็นกิมจิเกาหลีที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย เพราะมีรสชาติเข้มข้นถูกปากคนไทย ผลิตจากวัตถุดิบคุณภาพดี ผ่านกระบวนการหมักแบบธรรมชาติ ทำให้ได้รสชาติเปรี้ยวนำ เผ็ดตามนิดหน่อย ความหวานกำลังดี ทานคู่กับข้าวร้อนๆ รับรองว่าอร่อยเหาะติดใจไม่ไหว

โดยกิมจิ Bibigo ยี่ห้อนี้มีให้เลือกทั้งซองสีเขียวและสีแดง แตกต่างกันที่สีเขียวเป็นกิมจิผักกาดขาวหั่นผสมผักชี ส่วนซองสีแดงเป็นกิมจิผักกาดขาวหั่น เป็นกิมจิที่มีสัมผัสกรุบกรอบเคี้ยวมัน ชิ้นพอดีคำทานง่าย รสชาติอร่อยสไตล์ดั้งเดิม เพราะหมักกิมจิในอุณหภูมิต่ำตามวิธีโบราณของชาวเกาหลี

บรรจุลงในแพคเกจซองอย่างดี หรือแบบกระปุกก็ออกแบบจากโอ่งหมักเกาหลี ทำให้กิมจิที่ยังไม่เปิดสามารถเก็บได้นาน 6 เดือน ในอุณหภูมิที่เหมาะสม จึงมั่นใจได้ในความสะอาดปลอดภัย พร้อมรับรองเครื่องหมายฮาลาล อิสลามสามารถทานได้แน่นอน

2. กิมจิ Kimjijoo

2683-Kimchi-2

กิมจิ Kimjijoo กิมจิหัวไชเท้าสูตรคลีนไร้น้ำตาล เป็นกิมจิโฮมเมดที่มีจุดขายอยู่ที่การใช้ส่วนผสมที่คัดสรรมาอย่างดี เน้นความสะอาด ปลอดภัย และมีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยไม่ใส่แป้งและน้ำตาล ไม่ใส่ผงชูรส สารกันเสีย สารแต่งสีและกลิ่น ตลอดจนวัตถุดิบที่เกี่ยวกับสัตว์ ที่สำคัญคือใช้ผักปลอดสารพิษ และใช้พริกเกาหลีแท้ ทำให้รสชาติที่ได้เป็นรสชาติแบบคลีน ๆ ที่กลมกล่อมกำลังดี ไม่เปรี้ยว ไม่เค็ม และไม่เผ็ดจนเกินไป

โดยกิมจิยี่ห้อนี้ เป็นกิมจิหัวไชเท้าสูตรคลีนที่บรรจุในถุงซีลสุญญากาศและกล่องพลาสติกอย่างดี เพื่อรักษาคุณภาพของกิมจิให้คงอยู่ได้นานถึง 1 เดือน กิมจิหัวไชเท้าสูตรคลีนไร้น้ำตาล ที่เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพ ผู้ที่แพ้อาหาร หรือผู้ที่ทานมังสวิรัติ เพราะมีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด เช่น วิตามินซี วิตามินเค แคลเซียม ฟอสฟอรัส และใยอาหาร เป็นต้น อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการย่อยอาหาร ป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันอีกด้วย

3. กิมจิ King Chef

2683-Kimchi-3

กิมจิ King Chef (คิงเชฟ) เป็นกิมจิที่ผลิตโดยบริษัท คิงเชฟ ฟู้ดส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทอาหารชั้นนำของประเทศไทย โดยกิมจิ คิงเชฟมีจุดเด่นอยู่ที่รสชาติที่เปรี้ยวนำนิดๆ เผ็ดน้อยกำลังดี ปรุงรสชาติด้วยพริกป่นที่นำเข้าจากเกาหลี พร้อมซอสเข้มข้นสไตล์ต้นตำรับดั้งเดิม จึงหมักได้รสชาติใกล้เคียงกิมจิเกาหลีแท้

นอกจากรสชาติที่อร่อยแล้ว กิมจิ ยี่ห้อนี้ยังใช้วัตถุดิบหลัก เป็นผักกาดขาวสดๆ ที่ส่งตรงจากไร่เกษตรกรทางภาคเหนือ ซึ่งผักกาดขาวจะมีเนื้อสัมผัสกรุบกรอบ เคี้ยวเพลินสะใจ ได้รสชาติเต็มปากเต็มคำ มาพร้อมน้ำกิมจิอร่อยรสหวานกำลังดี ให้ปริมาณน้ำเยอะมาก เหมาะกับการทำซุป สตูและอาหารอีกมากมาย ได้รสเข้มข้นถูกใจลิ้นคนไทยแน่นอน

กิมจิ คิงเชฟมีให้เลือกทั้งแบบถุงซีลสุญญากาศอย่างดีขนาด 1 กิโลกรัมและ 500 กรัม สามารถรับประทานทุกวันได้แบบจุก ๆ หรือจะเอาไปทำเมนูไหนก็อร่อย คุ้มค่าสุด ๆ

4. กิมจิ Youreaguan

2683-Kimchi-4

กิมจิ Youreaguan (ยูเรกวาน) เป็นกิมจิสูตรเฉพาะที่ได้รับการพัฒนาสูตรมาจากร้านอาหารเกาหลีชื่อดังอย่างยูเรกวาน โดยทางร้านได้คัดเลือกวัตถุดิบต่าง ๆ อย่างพิถีพิถัน มีกระบวนการหมักที่สะอาดและได้มาตรฐาน ไร้สารเติมแต่งที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แถมยังได้รสชาติที่อร่อยแบบเกาหลีแท้ ที่สำคัญ กิมจิยี่ห้อนี้ไม่มีส่วนผสมของน้ำส้มสายชู และยังมีให้เลือกหลากหลายวัตถุดิบ ทั้ง ผักกาดขาว หัวไชเท้าและมะละกอ

โดยจุดเด่นของกิมจิ ยี่ห้อนี้ คือ เป็นกิมจิสูตรเฉพาะจากร้านอาหารเกาหลีชื่อดัง ที่วัตถุดิบคัดสรรมาอย่างดี มีกระบวนการหมักที่สะอาดและปลอดภัย ไม่มีส่วนผสมของน้ำส้มสายชู สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น ข้าวผัดกิมจิ แกงกิมจิ หมูผัดกิมจิ บะหมี่กิมจิ เป็นต้น หรือจะรับประทานเป็นเครื่องเคียงคู่กับอาหารเกาหลีก็อร่อยลงตัว

โดยมีขนาด 500 กรัม และ 1 กิโลกรัมให้เลือก เก็บรักษาได้ 3 เดือนนับจากวันผลิต เป็นกิมจิคุณภาพดีที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารเกาหลี ต้องการรับประทานกิมจิที่อร่อยแบบต้นตำรับ ไร้สารเติมแต่ง และปลอดภัยต่อสุขภาพ

5. กิมจิ Sukishi

2683-Kimchi-5

กิมจิโกโก Sukishi เป็นกิมจิที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย เพราะมีรสชาติที่กลมกล่อม เปรี้ยวนำ หวานตาม กำลังดี ผักกาดดอง หัวไชเท้า และแคร์รอตมีความกรุบกรอบกำลังดี ไม่นิ่มหรือแข็งเกินไป ทำให้ทานเพลิน ๆ ได้เป็นอย่างดี

กิมจิโกโกเป็นกิมจิสำเร็จรูปที่หาซื้อได้ง่ายตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป มีให้เลือกหลายขนาด เริ่มต้นตั้งแต่ 80 กรัมไปจนถึง 500 กรัม สะดวกต่อการใช้งาน เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบทานกิมจิ แต่ไม่มีเวลาทำเอง

กิมจิยี่ห้อนี้สามารถทานคู่กับอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น ข้าวยำเกาหลี ปิ้งย่าง ชาบู บิบิมบับ หรือทานเปล่า ๆ ก็ได้ เรียกได้ว่าเป็นกิมจิที่มีประโยชน์หลายอย่างมาก ๆ รับรองว่าอร่อยถูกใจแน่นอน สำหรับใครที่กำลังมองหากิมจิ ยี่ห้อไหนอร่อย ขอแนะนำยี่ห้อนี่เลย

2683-Kimchi-6

กิมจิ ยี่ห้อไหนอร่อย มีวิธีเลือกซื้ออย่างไร ?

ในการเลือกซื้อกิมจิ สามารถพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจซื้อได้ ดังนี้

ฉลากสินค้า

ฉลากบนบรรจุภัณฑ์กิมจิ ควรมีรายละเอียดครบถ้วน เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถทราบข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน รายละเอียดที่ควรมีในฉลากสินค้ากิมจิ ได้แก่

  • ระบุชื่อของสินค้าอย่างชัดเจน
  • ระบุชื่อของผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายสินค้า
  • ระบุวัตถุดิบหลัก และส่วนประกอบอื่น ๆ ที่ใช้
  • ระบุปริมาณของกิมจิบรรจุในบรรจุภัณฑ์
  • ระบุเลขทะเบียนผลิตภัณฑ์อาหาร จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
  • ระบุวันที่ผลิตและวันหมดอายุของกิมจิ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถทราบถึงระยะเวลาที่กิมจิสามารถรับประทานได้อย่างปลอดภัย
  • ระบุวิธีเก็บรักษากิมจิ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเก็บรักษากิมจิได้อย่างเหมาะสม
  • ระบุข้อมูลสำหรับผู้ที่แพ้อาหารบางชนิด เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถหลีกเลี่ยงการรับประทานกิมจิที่มีส่วนผสมของอาหารชนิดที่ตนเองแพ้

สังเกตลักษณะภายนอก

ควรดูลักษณะภายนอกของกิมจิ ก่อนตัดสินใจซื้อ หรือก่อนรับประทาน โดยกิมจิที่ดีควรมีลักษณะ ดังนี้

  • มีสีสันสดใสตามธรรมชาติของผักที่ใช้ทำ เช่น กิมจิผักกาดขาวควรมีสีขาวอมชมพู ผักกาดขาวไม่เหี่ยวหรือช้ำ
  • ผักกาดขาวไม่เน่าเสีย ผักกาดขาวเป็นส่วนประกอบหลักของกิมจิ หากผักกาดขาวเน่าเสีย แสดงว่ากิมจิอาจเน่าเสียเช่นกัน สังเกตได้จากผักกาดขาวมีสีคล้ำ เหี่ยวเฉา มีกลิ่นเหม็น
  • น้ำกิมจิใสไม่ข้นหรือขุ่น น้ำกิมจิเป็นส่วนประกอบสำคัญในการหมักกิมจิ หากน้ำกิมจิข้นหรือขุ่น แสดงว่ากิมจิอาจบูดเสีย สังเกตได้จากน้ำกิมจิมีกลิ่นเปรี้ยวฉุน

กลิ่นดี

กิมจิที่ดีควรมีกลิ่นหอมของผักและเครื่องเทศ ไม่เหม็นบูด กลิ่นที่โดดเด่นของกิมจิคือกลิ่นของผักกาดดองที่เปรี้ยวอมหวาน กลิ่นของกระเทียมและพริกป่นเกาหลีที่เผ็ดร้อน กลิ่นของขิงและหอมใหญ่ที่หอมสดชื่น และกลิ่นของแป้งกวนหรือน้ำตาลที่ให้ความหวาน กลิ่นเหล่านี้จะผสมผสานกันได้อย่างลงตัวและสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวของกิมจิ

หากกิมจิมีกลิ่นเหม็นบูด แสดงว่ากิมจินั้นเสียแล้ว กลิ่นเหม็นบูดของกิมจิ เกิดจากแบคทีเรียที่เจริญเติบโตในกิมจิมากเกินไป แบคทีเรียเหล่านี้จะผลิตกรดแลคติก ซึ่งเป็นกรดที่ทำให้กิมจิมีรสเปรี้ยว แต่หากแบคทีเรียเหล่านี้เจริญเติบโตมากเกินไป ก็จะทำให้เกิดกลิ่นเหม็นบูดได้ หากกิมจิมีสีคล้ำหรือมีกลิ่นเหม็นบูด ก็ไม่ควรนำมารับประทาน เพราะอาจทำให้ท้องเสียหรืออาหารเป็นพิษได้

2683-Kimchi-7

รสชาติ

ในการเลือกกิมจิที่มีรสชาติตรงตามที่ชอบ ควรลองชิมกิมจิจากหลายยี่ห้อก่อนตัดสินใจซื้อ

สำหรับใครที่ชอบรสชาติเปรี้ยว

  • ควรเลือกกิมจิที่มีระยะเวลาหมักนานกว่า 2 สัปดาห์ขึ้นไป เพราะกิมจิยิ่งหมักนาน รสชาติจะยิ่งเปรี้ยวมากขึ้น
  • ควรเลือกกิมจิที่มีส่วนผสมของพริกขี้หนูสับหรือพริกป่นมากกว่าพริกสด เพราะพริกแห้งจะมีรสเผ็ดมากกว่าพริกสด

สำหรับใครที่ชอบรสชาติเผ็ด

  • ควรเลือกกิมจิที่มีส่วนผสมของพริกสดมากกว่าพริกแห้ง เพราะพริกสดจะมีรสเผ็ดมากกว่าพริกแห้ง
  • ควรเลือกกิมจิที่มีส่วนผสมของพริกไทยดำหรือพริกไทยขาว เพราะพริกไทยจะช่วยเพิ่มรสชาติเผ็ดร้อนให้กิมจิ

บรรจุภัณฑ์
บรรจุภัณฑ์ที่สะอาดเรียบร้อย ไม่มีรอยฉีกขาดหรือรั่วซึม เพราะความสำคัญต่อผู้บริโภคหลายประการ ดังนี้

  • ความปลอดภัยของผู้บริโภค บรรจุภัณฑ์ที่สะอาดเรียบร้อย ไม่มีรอยฉีกขาดหรือรั่วซึม จะช่วยป้องกันไม่ให้สิ่งสกปรกหรือสารอันตรายปนเปื้อนเข้าไปในผลิตภัณฑ์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภคได้
  • คุณภาพของผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ที่สะอาดเรียบร้อยจะช่วยปกป้องผลิตภัณฑ์จากความเสียหาย ทำให้ผลิตภัณฑ์คงคุณภาพและรสชาติไว้ได้นานขึ้น
  • ความน่าเชื่อถือของผู้ผลิต บรรจุภัณฑ์ที่สะอาดเรียบร้อยแสดงให้เห็นว่าผู้ผลิตใส่ใจคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้บริโภค

วันหมดอายุ
ควรเลือกกิมจิที่มีอายุการเก็บรักษาเหลืออย่างน้อย 1 เดือน เพราะกิมจิเป็นอาหารหมักดองที่มีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่หากเก็บไว้นานเกินไป จุลินทรีย์เหล่านี้ก็จะเริ่มเสื่อมสภาพ และอาจทำให้เกิดเชื้อโรคที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ เช่น เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา เป็นต้น

โดยปกติแล้ว กิมจิที่ผลิตจากโรงงานอุตสาหกรรมจะมีวันหมดอายุประมาณ 3-6 เดือน เมื่อเก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 4-8 องศาเซลเซียส แต่หากเก็บไว้นานเกินกว่านั้น รสชาติและกลิ่นของกิมจิจะเปลี่ยนไป และอาจพบสิ่งผิดปกติ เช่น มีน้ำขัง เกิดฟอง ขึ้นรา หรือมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ซึ่งแสดงว่ากิมจิเสียแล้ว

2683-Kimchi-8

ส่วนผสม

ส่วนผสมหลักของกิมจิ ได้แก่ ผักกาดขาว หัวไชเท้า กระเทียม ขิง น้ำปลา และโคชูจัง การเลือกกิมจิควรพิจารณาจากส่วนผสมเป็นหลัก โดยควรเลือกกิมจิที่ไม่มีส่วนผสมของสารกันบูด หรือผงชูรสมากจนเกินไป

สารกันบูด เป็นสารที่ใช้ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่เป็นอันตรายต่ออาหาร แต่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวได้ เช่น เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง โรคหัวใจ และโรคเบาหวาน เป็นต้น

ผงชูรส เป็นสารเคมีที่ใช้ในการเพิ่มรสชาติของอาหาร แต่อาจทำให้รสชาติของอาหารผิดเพี้ยนไป และส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวได้ เช่น เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ โรคไต และโรคกระดูกพรุน เป็นต้น

ราคา

ราคากิมจิทั่วไปในไทย มีตั้งแต่กิโลกรัมละ 70 บาทขึ้นไป โดยกิมจิที่มีราคาสูงมักจะเป็นกิมจิที่ผลิตจากวัตถุดิบคุณภาพดี ผ่านการหมักด้วยระยะเวลาที่เหมาะสม และมีรสชาติเข้มข้น กลมกล่อม อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องเลือกกิมจิที่มีราคาสูงเสมอไป เพราะยังมีกิมจิคุณภาพดีราคาย่อมเยาให้เลือกอยู่เช่นกัน

หากต้องการเลือกกิมจิที่ราคาเหมาะสมกับคุณภาพ แนะนำให้ลองชิมกิมจิจากหลายยี่ห้อก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อหาว่ากิมจิ ยี่ห้อไหนอร่อยถูกใจคุณมากที่สุด โดยสามารถซื้อกิมจิขนาดเล็กก่อนเพื่อทดสอบรสชาติ จากนั้นจึงค่อยซื้อกิมจิขนาดใหญ่ตามที่ต้องการ

วัตถุดิบที่นิยมนำมาทำกิมจิ มีอะไรบ้าง ?

วัตถุดิบที่นิยมนำมาทำกิมจิ แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ ได้แก่

  • ผัก เป็นส่วนผสมหลักของกิมจิ ผักที่นิยมนำมาใช้ทำกิมจิเกาหลีคือ ผักกาดขาว กะหล่ำปลี และหัวไชเท้า ผักอื่นๆ ก็สามารถทำเป็นกิมจิรสชาติอร่อยได้ เช่น เห็ดชิเมจิ มะละกอ แครอท ต้นหอม ผักชี มะเขือยาว ฟักทอง ถั่วงอก หัวหอมใหญ่ เป็นต้น
  • เครื่องปรุงรส เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างรสชาติ และเอกลักษณ์ของกิมจิ เครื่องปรุงรสหลัก ๆ ที่ใช้ทำกิมจิได้แก่ เกลือ พริกเกาหลี ต้นหอม กระเทียม ขิง และเครื่องปรุงรสอื่น ๆ เช่น น้ำปลา น้ำตาล ซอสปรุงรส เป็นต้น

โดยผักที่นิยมนำมาทำกิมจิเกาหลี ได้แก่

  • ผักกาดขาว เป็นผักที่นิยมนำมาทำกิมจิมากที่สุด เนื่องจากมีเนื้อสัมผัสที่กรอบ นุ่ม และรสชาติไม่ขมจนเกินไป
  • กะหล่ำปลี มีเนื้อสัมผัสที่คล้ายกับผักกาดขาว แต่จะมีรสชาติที่หวานกว่าเล็กน้อย
  • หัวไชเท้า มีรสชาติที่หวานและเผ็ดเล็กน้อย นิยมนำมาทำกิมจิหัวไชเท้า

และเครื่องปรุงรสที่นิยมนำมาทำกิมจิเกาหลี ได้แก่

  • เกลือ ทำหน้าที่ดึงน้ำออกจากผัก ทำให้ผักกรอบและช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย
  • พริกเกาหลี ให้ความเผ็ดและกลิ่นหอม
  • ต้นหอม ให้ความหอมและรสชาติหวาน
  • กระเทียม ให้ความหอมและรสชาติเผ็ด
  • ขิง ให้ความหอมและรสชาติเผ็ด
  • น้ำปลา เพิ่มความเค็ม
  • น้ำตาล เพิ่มความหวาน
  • ซอสปรุงรส เพิ่มความกลมกล่อม
2683-Kimchi-9

บทส่งท้าย

กิมจิเป็นอาหารเกาหลีที่มีรสชาติเปรี้ยวเผ็ดที่อร่อยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ สามารถใช้ทานคู่กับอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็น ข้าวสวย บิบิมบับ ซัมกยอบซัล โจ๊กเกาหลี เป็นต้น หรือจะทานเล่นก็ได้เช่นกัน โดยกิมจิมีวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด เช่น วิตามินซี วิตามินเอ วิตามินบี แคลเซียม ฟอสฟอรัส เป็นต้น โดยหวังว่า บทความแนะนำกิมจิ ยี่ห้อไหนอร่อยบ้างนั้น จะเป็นทางเลือกในการเลือกซื้อและได้รสชาติกิมจิที่ต้องการอีกด้วย

ถึงแม้ว่ากิมจิจะเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ควรเลือกซื้อกิมจิที่มีคุณภาพ และรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม นอกจากนี้ ยังควรเลือกซื้อกิมจิจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น ร้านขายกิมจิที่มีชื่อเสียงหรือร้านขายกิมจิที่นำเข้าจากเกาหลีโดยตรง เพื่อมั่นใจว่าได้รับกิมจิที่มีคุณภาพและปลอดภัยต่อสุขภาพ

by FirstPrice Official

เว็บไซต์แนะนำสินค้า ราคาโดนใจ

แนะนำสำหรับคุณ