หมวดหมู่
บทความล่าสุด
สมัครงาน

5 อันดับ ประกันชีวิต บริษัทไหนดี ? 2024 เคลมง่าย ระยะเวลาคุ้มครองนาน

5 อันดับ ประกันชีวิต บริษัทไหนดี ? 2024 เคลมง่าย ระยะเวลาคุ้มครองนาน

บริษัท “ประกันชีวิต” ในประเทศไทย แต่ละแห่งมีผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลายด้วยกัน โดยถือเป็นตัวช่วยรับประกันความเสี่ยงของชีวิต ความคุ้มครอง เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน หากใครที่กำลังตัดสินใจซื้อประกันชีวิต แต่ยังไม่รู้ว่าจะซื้อประกันชีวิต บริษัทไหนดี ในบทความนี้ FirstPrice จะมาแนะนำ 5 อันดับ ประกันชีวิต บริษัทไหนดี ? 2024 เคลมง่าย ระยะเวลาคุ้มครองนาน โดยจะมีบริษัทไหนบ้างนั้น ไปดูกันเลย

1. กรุงเทพประกันชีวิต ห่วงรัก พรีเมียร์ 9901

ประกันชีวิต ห่วงรัก พรีเมียร์ 9901 นำเสนอรูปแบบประกันชีวิตที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ด้วยจุดเด่นที่จ่ายเบี้ยประกันเพียงครั้งเดียว ไม่ว่าจะทำประกันตอนแรกเกิด หรือตอนอายุ 70 ปี ก็ได้รับความคุ้มครองชีวิตไปจนถึงอายุ 99 ปี เพียงเลือกความคุ้มครองขั้นต่ำ 100,000 บาท เมื่อครบกำหนดสัญญาหรือเสียชีวิต รับเงิน 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย

จุดเด่นของกรุงเทพประกันชีวิต ห่วงรัก พรีเมียร์ 9901

  • จ่ายเบี้ยประกันเพียงครั้งเดียว ไร้กังวลเรื่องภาระผูกพันในการจ่ายเบี้ยประกันในอนาคต
  • คุ้มครองยาวนานถึงอายุ 99 ปี คุ้มครองยาวนาน มอบความอุ่นใจแก่คนที่คุณรัก
  • มีโอกาสรับเงินปันผลรายปี ผลตอบแทนจากกรมธรรม์
  • รับเงิน 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ในวันครบกำหนดสัญญา หรือรับเบี้ยประกันชีวิตสะสมตามจริง แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่า
  • นำเบี้ยประกันไปหักลดหย่อนภาษีได้ ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

เหมาะสำหรับใคร ?

  • บุคคลที่ต้องการสร้างหลักประกันความมั่นคงให้กับครอบครัว
  • บุคคลที่ต้องการวางแผนการเงินระยะยาว
  • บุคคลที่มองหาประกันชีวิตแบบจ่ายเบี้ยครั้งเดียว

รายละเอียดเพิ่มเติม

  • อายุรับประกันภัย: แรกเกิด – 70 ปี
  • จำนวนเงินเอาประกันภัยขั้นต่ำ: 100,000 บาท
  • ระยะเวลาคุ้มครอง: 99 ปี

2. กรุงไทย แอ็กซ่า ประกันชีวิต iShield

กรุงไทย แอ็กซ่า ประกันชีวิต iShield เป็นประกันคุ้มครองชีวิตและโรคร้ายแรงแบบตลอดชีพโดย กรุงไทย-แอกซ่า ที่ออกแบบมาเพื่อมอบความคุ้มครองที่ครอบคลุมแก่คุณและครอบครัว

จุดเด่นของประกัน iShield

  • คุ้มครองโรคร้ายแรงสูงถึง 70 โรค ทั้งระยะเริ่มต้น 20 โรค และระยะรุนแรง 50 โรค
  • รับเงินก้อนทันทีเมื่อตรวจพบโรคร้าย ช่วยให้คุณมีทุนสำรองสำหรับค่ารักษาพยาบาล โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย
  • คุ้มครองยาวนานถึงอายุ 85 ปี ให้คุณอุ่นใจได้ยาวนาน
  • เบี้ยประกันคงที่ตลอดสัญญา ช่วยให้วางแผนการเงินได้ง่าย
  • สามารถเลือกชำระเบี้ยประกันได้หลายแบบ 5 ปี 10 ปี หรือ 20 ปี
  • เบี้ยประกันนำไปลดหย่อนภาษีได้

เหมาะสำหรับใคร ?

  • บุคคลทั่วไปที่ต้องการความคุ้มครองจากโรคร้ายแรง
  • ผู้อุปการะเลี้ยงครอบครัวที่ต้องการวางแผนการเงินเผื่ออนาคต
  • ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคร้ายแรง

รายละเอียดเพิ่มเติม

  • ทุนประกัน 1,000,000 บาท
  • ระยะเวลาชำระเบี้ย 10 ปี
  • เบี้ยประกัน 10,000 บาทต่อปี
  • ความคุ้มครอง:
  • โรคร้ายแรงระยะเริ่มต้น 20 โรค รับ 25% ของทุนประกัน สูงสุด 4 ครั้ง
  • โรคร้ายแรงระยะรุนแรง 50 โรค รับ 100% ของทุนประกัน
  • กรณีเสียชีวิต รับ 100% ของทุนประกัน

3. เมืองไทยประกันชีวิต mDesign (Unit-Linked)

เมืองไทยประกันชีวิต mDesign (Unit-Linked) ประกันชีวิตควบการลงทุนที่มอบความยืดหยุ่นในการวางแผนการเงิน ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมมอบความอุ่นใจด้วยสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ

จุดเด่นของ เมืองไทยประกันชีวิต mDesign (Unit-Linked)

  • ออกแบบได้ตามใจ สามารถเลือกทุนประกัน ความคุ้มครอง ระยะเวลา และกองทุนรวมได้เอง
  • ยืดหยุ่นสูง ปรับเปลี่ยนแผนประกันได้ตลอดสัญญา
  • ลงทุนสร้างผลตอบแทน เพราะเบี้ยประกันหลังหักค่าใช้จ่าย นำไปลงทุนในกองทุนรวมที่เลือกเอง
  • คุ้มครองยาวนาน ทั้งชีวิตและสุขภาพถึงอายุ 99 ปี
  • อุ่นใจมากขึ้น โดยเพิ่มสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพและโรคร้ายแรง
  • สิทธิประโยชน์ทางภาษี เพราะสามารถนำเบี้ยประกันไปหักลดหย่อนภาษีได้

เหมาะสำหรับใคร ?

  • ผู้ที่ต้องการวางแผนการเงินระยะยาว
  • ผู้ที่ต้องการประกันชีวิตที่มีความยืดหยุ่นสูง
  • ผู้ที่ต้องการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทน
  • ผู้ที่ต้องการความคุ้มครองทั้งชีวิตและสุขภาพ

รายละเอียดเพิ่มเติม

  • เป็นประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit-Linked)
  • ชื่อทางการตลาด คือ เมืองไทย ยูนิตลิงค์ 1 (ชำระเบี้ยประกันภัยรายงวด)
  • อายุรับประกัน 15 – 65 ปี
  • ระยะเวลาเอาประกันภัย 10 – 30 ปี
  • ทุนประกัน 100,000 บาท ขึ้นไป
  • เบี้ยประกัน คำนวณตามเพศ อายุ ระยะเวลาเอาประกันภัย ทุนประกัน และกองทุนรวมที่เลือก
  • มีสัญญาเพิ่มเติม เรื่อง สุขภาพ โรคร้ายแรง

4. ไทยประกันชีวิต คุ้มธนกิจ 90/7

ไทยประกันชีวิต คุ้มธนกิจ 90/7 เป็นแบบประกันชีวิตที่ตอบโจทย์ทั้งการสร้างหลักประกันระยะยาว มอบความคุ้มครองชีวิต และสร้างกองทุนมรดก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนการเงินเพื่ออนาคตของตนเองและครอบครัว

จุดเด่นของ ไทยประกันชีวิต คุ้มธนกิจ 90/7

  • จ่ายเบี้ยประกันสั้นเพียง 7 ปี คุ้มครองยาวถึงอายุ 90 ปี
  • ครบกำหนดสัญญา รับเงินก้อน 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย
  • สร้างกองทุนมรดกสำหรับลูกหลาน
  • จำนวนเงินเอาประกันภัยตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป มีส่วนลดเบี้ยประกันภัย
  • เบี้ยประกันชีวิตสามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท

เหมาะสำหรับใคร ?

  • ผู้ที่ต้องการสร้างหลักประกันระยะยาวให้กับครอบครัว
  • ผู้ที่ต้องการสร้างกองทุนมรดก
  • ผู้ที่ต้องการลดหย่อนภาษี

รายละเอียดเพิ่มเติม

  • เป็นประกันชีวิตแบบจ่ายเบี้ยประกันชั่วระยะเวลา คุ้มครองตลอดชีพ
  • ระยะเวลาคุ้มครอง 90 ปี
  • ระยะเวลาชำระเบี้ยประกัน 7 ปี
  • อายุรับประกัน 0 – 70 ปี
  • จำนวนเงินเอาประกันภัย 1,000,000 บาทขึ้นไป
  • กรณีผู้เอาประกันภัยมีชีวิตอยู่ ครบกำหนดสัญญารับเงินก้อน 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย
  • กรณีผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต รับเงิน 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย

5. AIA Excellent (Non-Par)

AIA Excellent (Non Par) เป็นประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ที่เน้นการออมเงินอย่างมีระบบ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างวินัยการออม และรับผลตอบแทนที่คุ้มค่า

จุดเด่นของ AIA Excellent (Non Par)

  • ออมเงินอย่างมีระบบ ชำระเบี้ยประกัน 20 ปี รับความคุ้มครอง 20 ปี
  • ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ได้รับเงินคืน 10% ของทุนประกันทุกๆ 4 ปี และรับเงินก้อน 300% ของทุนประกันเมื่อครบกำหนดสัญญา
  • คุ้มครองชีวิต กรณีเสียชีวิต รับเงินทุนประกันตามสัญญา
  • สิทธิประโยชน์ทางภาษี สามารถนำเบี้ยประกันไปลดหย่อนภาษีได้

เหมาะสำหรับใคร ?

  • ผู้ที่มีอายุระหว่าง 1 เดือน – 75 ปี
  • ทุกคนในครอบครัวตั้งแต่เด็กเล็ก จนถึงผู้ใหญ่
  • ผู้ที่ต้องการ การออมเงินแบบเป็นระบบ และอุ่นใจด้วยความคุ้มครองตลอดสัญญา
  • ผู้ที่ต้องการลดหย่อนภาษี

รายละเอียดเพิ่มเติม

  • ทุนประกัน 100,000 บาทขึ้นไป
  • ระยะเวลาคุ้มครอง 20 ปี
  • เบี้ยประกัน ขึ้นอยู่กับอายุ เพศ และทุนประกัน

เลือกซื้อประกันชีวิต บริษัทไหนดี พิจารณาจากอะไรบ้าง ?

ประกันชีวิต บริษัทไหนดีนั้น ไม่มีคำตอบที่ตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับ ความต้องการ ของแต่ละบุคคล เป้าหมายทางการเงิน สถานะทางการเงิน และ ความเสี่ยง ที่ยอมรับได้

ประเภทของประกันชีวิต

ประกันชีวิตมีหลายประเภท แต่ละประเภทเหมาะกับวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน ดังนี้

1. ประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองชีวิต

  • ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา (Term Life Insurance): เน้นคุ้มครองชีวิตในระยะเวลาที่กำหนด เบี้ยประกันถูก เหมาะกับผู้ต้องการความคุ้มครองสูงในช่วงที่มีภาระหนี้สิน
  • ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ (Whole Life Insurance): คุ้มครองชีวิตตลอดชีพ เบี้ยประกันคงที่ เหมาะกับผู้ต้องการความคุ้มครองยาวนาน

2. ประกันชีวิตเพื่อออมเงิน

  • ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ (Endowment Insurance): คุ้มครองชีวิตและออมเงิน รับเงินก้อนเมื่อครบกำหนด เหมาะกับผู้ต้องการออมเงินระยะยาว
  • ประกันชีวิตแบบบำนาญ (Annuity Insurance): รับเงินบำนาญรายปีหลังเกษียณ เหมาะกับผู้ต้องการวางแผนเกษียณ

3. ประกันชีวิตเพื่อสุขภาพ

  • ประกันสุขภาพ (Health Insurance): คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล เหมาะกับผู้ต้องการความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล
  • ประกันอุบัติเหตุ (Accident Insurance): คุ้มครองกรณีเกิดอุบัติเหตุ เหมาะกับผู้ต้องการความคุ้มครองกรณีเกิดอุบัติเหตุ

ผลตอบแทน เงินปันผล และโบนัส

ผลตอบแทนของประกันชีวิต แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลัก ดังนี้

1. เงินปันผล

  • เป็นเงินที่บริษัทประกันจ่ายให้ผู้เอาประกัน จากผลประกอบการที่เกิน
  • อัตราเงินปันผลขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัท ประเภทของประกันและระยะเวลาของกรมธรรม์

2. โบนัส

  • เป็นเงินพิเศษที่บริษัทประกันจ่ายให้ผู้เอาประกัน เพิ่มเติมจากเงินปันผล
  • โบนัสไม่ใช่สิ่งที่รับประกัน ขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัท ประเภทของประกันและเงื่อนไข ของกรมธรรม์

3. ผลตอบแทนจากเงินลงทุน

  • ประกันชีวิตบางประเภท เช่น ประกันชีวิตแบบยูนิตลิงค์ ลงทุนในกองทุนรวม
  • ผลตอบแทนขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของกองทุนรวม
  • ศึกษาข้อมูลของบริษัทประกันแต่ละแห่ง เช่น ผลประกอบการ งบการเงิน อัตราเงินปันผล โบนัส
  • เปรียบเทียบผลตอบแทน เงินปันผล โบนัส ของประกันแบบเดียวกัน จากบริษัทต่าง ๆ
  • พิจารณาปัจจัยอื่น ๆ เช่น เบี้ยประกัน ความคุ้มครอง บริการ

ความมั่นคงทางการเงิน

การเลือกบริษัทประกันชีวิตที่มีฐานะการเงินมั่นคง จ่ายเคลมรวดเร็ว มีความสำคัญมาก เพราะจะช่วยให้มั่นใจได้ว่า บริษัทมีความสามารถในการจ่ายเคลม หรือบริษัทมีความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจ โดยมีวิธีการตรวจสอบฐานะการเงิน ดังนี้

1. ดูงบการเงิน ของบริษัท

  • ดูอัตราส่วนความเพียงพอของเงินทุน (Capital Adequacy Ratio)
  • ดูอัตราส่วนสินทรัพย์สภาพคล่อง (Liquidity Ratio)
  • ดูอัตราส่วนกำไร (Profitability Ratio)

2. ดูผลการดำเนินงาน ของบริษัท

  • ดูอัตราการจ่ายเคลม
  • ดูอัตราการร้องเรียน

3. ดูความน่าเชื่อถือ ของบริษัท

  • ดูอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ
  • ดูรางวัลที่บริษัทได้รับ

คำแนะนำในการเลือกบริษัทประกัน
เลือกบริษัทที่มีฐานะการเงินมั่นคง มีอัตราการจ่ายเคลมสูง มีอัตราการร้องเรียนต่ำ มีอันดับความน่าเชื่อถือสูง และมีรางวัลการันตี

บริการหลังการขาย

เลือกบริษัทประกันชีวิตที่มีบริการหลังการขายดี สะดวก เข้าถึงง่าย บริการหลังการขายที่ดี มีความสำคัญมาก เพราะจะช่วยให้สะดวกในการติดต่อ สามารถมั่นใจว่าได้รับบริการที่ดี และได้รับความช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหา

วิธีการตรวจสอบบริการหลังการขาย

  • ดูรีวิวของลูกค้า
  • สอบถามเพื่อนหรือญาติที่ใช้บริการบริษัทนั้น
  • ติดต่อบริษัทเพื่อสอบถามข้อมูล

บริษัทประกันที่มีบริการหลังการขายที่ดี ควรมีลักษณะอย่างไร ?

  • มีช่องทางการติดต่อที่หลากหลาย เช่น โทรศัพท์ อีเมล์ ไลน์ แชท
  • มีเจ้าหน้าที่ที่พร้อมให้บริการ หรือมีระบบตอบคำถามอัตโนมัติ
  • มีบริการออนไลน์ เช่น ตรวจสอบกรมธรรม์ ชำระเบี้ยประกัน ยื่นเคลม
  • มีบริการช่วยเหลือกรณีมีปัญหา เช่น บริการรถฉุกเฉิน บริการช่วยเหลือกรณีเกิดอุบัติเหตุ

เบี้ยประกัน

เบี้ยประกัน เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างสำคัญ ว่าควรซื้อประกันชีวิต บริษัทไหนดี เพราะจะส่งผลต่อ สภาพคล่องทางการเงินของคุณ โดยสามารถคำนวณเบี้ยประกันจากการปรึกษาโบรกเกอร์ หรือ ตัวแทนประกัน หรือใช้เครื่องมือคำนวณเบี้ยประกันของบริษัทประกันหลักการเลือกเบี้ยประกันที่เหมาะสมกับรายได้
  • ไม่ควรจ่ายเบี้ยประกันเกิน 20% ของรายได้
  • ควรมีเงินออมสำรองไว้อย่างน้อย 6 เท่าของเบี้ยประกัน
  • ควรพิจารณาภาระค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
ตัวอย่าง
  • รายได้ 20,000 บาท/เดือน
  • ไม่ควรจ่ายเบี้ยประกันเกิน 4,000 บาท/เดือน
  • ควรมีเงินออมสำรองไว้ อย่างน้อย 24,000 บาท
  • พิจารณาภาระค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
ข้อควรระวัง
  • เบี้ยประกัน อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามอายุ สุขภาพ และ ความคุ้มครอง
  • ควรศึกษาเงื่อนไขของประกันก่อนตัดสินใจซื้อ

บทส่งท้าย

ประกันชีวิต เป็นเครื่องมือทางการเงินที่สำคัญ ช่วยให้คุณวางแผนการเงินและอนาคตได้อย่างมั่นคง โดยเบี้ยประกันและความคุ้มครองจะขึ้นอยู่กับทุนประกัน ระยะเวลาชำระเบี้ย และเพศของผู้เอาประกันภัย ก่อนตัดสินใจซื้อประกันชีวิต บริษัทไหนดี ควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด เปรียบเทียบหลาย ๆ บริษัท และปรึกษาโบรกเกอร์หรือตัวแทนประกันเพื่อขอคำแนะนำ

ประกันชีวิตไม่ได้มีไว้แค่เพื่อคุ้มครองกรณีเสียชีวิตเท่านั้น แต่ยังมีแผนประกันที่ให้ความคุ้มครองอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล, คุ้มครองโรคร้ายแรง, ออมเงิน และเกษียณอายุ เลือกแผนประกันที่เหมาะสมกับคุณ จะได้คุ้มครองทั้งตัวคุณและคนที่คุณรัก

by FirstPrice Official

เว็บไซต์แนะนำสินค้า ราคาโดนใจ

แนะนำสำหรับคุณ